บาง ๆ เหมือนภาชนะใส่ปลา แต่พระมหาสิวเถระผู้รจนาคัมภีร์ทีฆนิกายกล่าว ว่า เพราะพระสกทาคามียังมีบุตรธิดา และยังมีคนสนิท ฉะนั้นจึงยังมีกิเลสหนา
แต่คำนี้ท่านกล่าวถึงกิเลสในภพเบาบาง. คำนั้น ในอรรถกถาท่านคัดค้านไว้
เพราะท่านกล่าวไว้ว่า พระโสดาบันเว้นภพเจ็ดเสีย กิเลสที่เบาบางในภพที่ แปดไม่มี สำหรับพระสกทาคามี เว้นภพสองเสีย ไม่มีกิเลสเบาบางในภพ ทั้งห้า สำหรับพระอนาคามีเว้นรูปภพอรูปภพ ไม่มีกิเลสเบาบางในกามภพ พระขีณาสพไม่มีกิเลสเบาบางในภพไหน ๆ เลย. คำว่า อิมํ โลกํ นี้ ท่าน
หมายเอากามาวจรโลก. ก็ในข้อนี้มีอธิบายดังต่อไปนี้ ก็ถ้าพระอริยบุคคลผู้
บรรลุสกทาคามิผลในมนุษยโลก แล้วบังเกิดในเทวโลกย่อมทำให้แจ้งซึ่งพระ- อรหัต ข้อนี้ดีอย่างนี้ แต่เมื่อสามารถกลับมาสู่มนุษยโลกแล้ว ย่อมทำให้แจ้ง ซึ่งพระอรหัต ฝ่ายพระอริยบุคคลผู้บรรลุสกทาคามิผลในเทวโลก ถ้ามาเกิดใน มนุษยโลกย่อมทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตได้ ข้อนี้ดีอย่างนี้ แต่เมื่อสามารถไปสู่ เทวโลก ย่อมทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตเป็นแน่. ความตกไปโดยไม่เหลือ ชื่อว่า วินิบาต ในคำว่า อวินิปาตธมฺโม นี้ อธิบายว่า ความตกไปโดยไม่เหลือของ พระโสดาบันนั้นเป็นธรรมหามิได้ เหตุนั้น พระโสดาบันนั้น ชื่อว่า มีอันไม่ ตกต่ำเป็นธรรมดา คือมีอันไม่ตกไปโดยไม่เหลือในอบายสี่เป็นสภาวะ. บทว่า นิยโต ได้แก่ แน่นอน โดยกำหนดแห่งธรรม. บทว่า สมฺโพธิปรายโน ความว่า สัมโพธิกล่าวคือ มรรคสามในเบื้องบน เป็นที่ไป เป็นที่ดำเนิน เป็นที่ พึงอาศัยของบุคคลนั้น คือ อันบุคคลนั้นพึงบรรลุแน่แท้เป็นเบื้องหน้า เหตุนั้น บุคคลนั้นชื่อว่า มีสัมโพธิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. ด้วยบทว่า วิเหสาเวสา ทรง แสดงว่า ดูก่อนอานนท์ นั่นเป็นความลำบากกายของตถาคต ผู้ตรวจดูญาณคติ ญาณอุปบัติ ญาณอภิสัมปรายะ ของเหล่าสัตว์นั้น ๆ. แต่ความลำบากจิตไม่มีแก่ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย.