ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๔๕๗ · ข้อ 162
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยดาวทองเป็นต้น ห้อยพวงของหอมพวงมาลัยและพวงแก้วแม้ในที่นั้น ให้ ยกธง ๕ สี โดยสีก้านมณีและไม้ไผ่ ล้อมธงชัยและธงปฏากไว้โดยรอบ ตั้งต้น กล้วยและหม้อบรรจุน้ำไว้เต็ม ที่ถนนทั้งหลาย อันรดน้ำและเกลี้ยงเกลาก็ตาม ประทีปมีด้าม วางรางทองพร้อมด้วยพระธาตุทั้งหลายไว้บนคอช้างที่ประดับ แล้ว บูชาด้วยมาลัยและของหอมเป็นต้น เล่นสาธุกีฬา นำเข้าไปภายในพระ นคร วางไว้บนบัลลังก์ที่ทำด้วยรัตนะ ๗ ประการ ณ สัณฐาคาร กั้นเฉวตฉัตร

ไว้เบื้องบน. ครั้นกระทำดังนี้แล้ว ครั้งนั้น เหล่าเจ้ามัลละชาวนครกุสินารา

ให้ทหารถือหอกเป็นลูกกรง ให้ทหารถือธนูเป็นกำแพงล้อมที่สัณฐาคาร บูชา พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยการฟ้อนรำ การขับร้อง การประโคม ด้วยมาลัย ของหอม ตลอด ๗ วัน บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตฺติปญฺชรํ กริตฺวา ได้แก่ จัดเหล่า

บุรุษถือหอกล้อมไว้. บทว่า ธนุปาการํ ได้แก่ จัดเหล่าช้างเรียงลำดับกระพอง

ต่อกันล้อมไว้ก่อน .จากนั้น จัดเหล่าม้าเรียงลำดับคอต่อกัน ต่อนั้น จัดเหล่า รถเรียงลำดับปลายลิ่มล้อรถต่อกัน ต่อนั้น จัดเหล่าราบยืนเรียงลำดับแขนต่อ กัน ปลายรอบแถวทหารเหล่านั้น จัดเหล่าธนูเรียงลำดับต่อกันล้อมไว้. เหล่า เจ้ามัลละจัดอารักขาตลอดที่ประมาณโยชน์หนึ่ง โดยรอบ ๗ วัน ทำประหนึ่ง ลูกโคสวมเกราะ ด้วยประการฉะนี้.

ท่านหมายเอาข้อนั้นจึงกล่าวว่า ธนุปาการํ ปริขิปาเปตฺวา ดังนี้. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร เหล่าเจ้ามัลละเหล่านั้น จึงได้กระทำดังนั้น. ตอบว่า ใน ๒ สัปดาห์แรกจากนี้ เจ้ามัลละเหล่านั้น กระทำโอกาสที่ยืนและนั่ง สำหรับภิกษุสงฆ์ จัดแจงของเคี้ยวของฉันถวาย ไม่ได้โอกาสที่จะเล่นสาธุกีฬา. แต่นั้น เจ้ามัลละเหล่านั้นดำริกันว่า พวกเราจักเล่นสาธุกีฬาตลอดสัปดาห์นี้. ข้อที่ใคร ๆ รู้ว่าพวกเราประมาท แล้วมายึดเอาพระธาตุทั้งหลายไปเสีย มีฐานะ