ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๔๒๕ · ข้อ 162
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยบทว่า เทวตา อานนฺท อุชฺฌายนฺติ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงว่า ดูก่อนอานนท์ เหล่าเทวดาติเตียน มิใช่บุตรเรามีความผิดอะไรอื่น. เพราะเหตุไร ท่านพระอานนท์ จึงทูลว่า พระเจ้าข้า เหล่าเทวดาเป็นอย่างไร

จึงใส่ใจ. ทูลถามว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ตรัสว่า เหล่าเทวดา

ติเตียน ก็เหล่าเทวดานั้นเป็นอย่างไร จึงใส่ใจพระองค์จะยับยั้งการปรินิพพาน

ของพระองค์หรือ. เมื่อเป็นดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงภาวะที่

เหล่าเทวดาเหล่านั้นยับยั้งไม่ได้ว่า เราไม่กล่าวเหตุแห่งการยับยั้ง จึงตรัสว่า สนฺตานนฺท เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อากาเส ปวีสญฺนิโย ได้แก่ เนรมิต

แผ่นดินในอากาศมีความสำคัญในอากาศนั้นว่าเป็นแผ่นดิน. บทว่า กนฺทนติ

แปลว่า ร้องไห้. บทว่า ฉินฺนปาทํ วิย ปปตนฺติ ได้แก่ ล้มฟาดลงดังขาด

กลางตัว. บทว่า วิวฏฺฏนฺติ ได้แก่ ล้มลงกลิ้งไป. อีกอย่างหนึ่ง ล้มกลิ้งไป

ข้างหน้าที ข้างหลังที ข้างซ้ายที ข้างขวาที เรียกกันว่ากลิ้งเกลือก. บทว่า สนฺตานนฺท เทวตา ปวียํ ปวีสญฺนิโย ความว่า ได้ยินว่า เหล่าเทวดา ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ เหนือแผ่นดินปกติ. เหล่าเทวดาย่อมจมลงในแผ่นดินนั้น

เหมือนหัตถกพรหม. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนหัตถกะ

ท่านจงเนรมิตอัตภาพอย่างหยาบ. เพราะฉะนั้น ท่านหมายเอาเหล่าเทวดาที่

เนรมิตแผ่นดินในแผ่นดิน จงกล่าวว่า เหล่าเทวดามีความสำคัญในแผ่นดินว่า

เป็นแผ่นดิน. บทว่า วีตราคา ได้แก่ เหล่าเทวดาที่เป็นพระอนาคามีและ

ขีณาสพที่มีโทมนัสอันละได้แล้วเช่นเดียวกับเสาหิน.

บทว่า วสฺสํ วุฏฺา ความว่า ได้ยินว่า ครั้งพุทธกาล ภิกษุประชุมกัน ๒ เวลา คือ จวนเข้าพรรษาเพื่อรับกัมมัฏฐาน ๑ ออกพรรษาแล้วเพื่อบอก กล่าวคุณวิเศษที่บังเกิดเพราะการประกอบเนืองๆซึ่งพระกัมมัฏฐานที่รับมาแล้ว ๑.