ไม่ขุ่นมัวไหลไป. ท่านพระอานนท์ได้มีความดำริว่า น่าอัศจรรย์หนอ เหตุไม่
เคยมีก็มีมาแล้ว ความที่พระตถาคตมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ความจริง แม่น้ำ นี้นั้นมีน้ำน้อย ถูกล้อเกวียนบดขุ่นมัวไหลไปอยู่ เมื่อเราเข้าไปใกล้กลับใส สะอาดไม่ขุ่นมัวไหลไปอยู่ ตักน้ำด้วยบาตรแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลว่า น่าอัศจรรย์หนอ เหตุไม่เคยมี ก็มีมาแล้วความที่พระตถาคตมีฤทธิ์ มาก มีอานุภาพมาก. เมื่อกี้นี้แม่น้ำนั้นมีน้ำน้อย ถูกเกวียนบดขุ่นมัวไหลไป อยู่ เมื่อข้าพระองค์เข้าไปใกล้กลับใสสะอาดไม่ขุ่นมัวไหลไปอยู่ ขอพระผู้มี พระภาคเจ้าจงทรงดื่มน้ำ ขอพระสุคตจงทรงดื่มน้ำเถิด พระเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงดื่มน้ำแล้ว.
ปุกกุสมัลลบุตร
[๑๒๐] สมัยนั้นแล ปุกกุสมัลลบุตร เป็นสาวกของอาฬารดาบส- กาลามโคตร ออกจากเมืองกุสินาราเดินทางไปยังเมืองปาวา. ได้เห็นพระผู้มี พระภาคเจ้าประทับนั่ง ณ. โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง. ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ เหตุไม่เคยมี ก็มีมาแล้ว พวกบรรพชิตย่อมอยู่ด้วยวิหาร ธรรมอันสงบหนอ เรื่องเคยมีมาแล้วอาฬารดาบสกาลามโคตรเดินทางหลีก ออกจากทาง นั่งพักกลางวันที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่งในที่ไม่ไกล ครั้งนั้นเกวียน ประมาณ ๕๐๐ เล่ม ติดกันได้ผ่านอาฬารดาบสกาลามโคตรไปแล้ว บุรุษคน หนึ่งเดินตามหลังหมู่เกวียนมา จึงเข้าไปหาอาฬารดาบสกาลามโคตร ได้ถามว่า ท่านได้เห็นเกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่ม ผ่านไปบ้างหรือ. เราไม่เห็นเลย. ได้ยิน
เสียงบ้างหรือ. เราไม่ได้ยิน ท่านหลับไปหรือ. เราไม่ได้หลับ . ท่านมีสัญญา
อยู่หรือ. เป็นอย่างนั้น ท่านนั้นมีสัญญาตื่นอยู่ ไม่เห็นเกวียนประมาณ ๕๐๐