บทว่า เอตมตฺถํ วิหิตฺวา ความว่า ทรงทราบว่า อายุในอัตภาพ ของมารดาพระโพธิสัตว์ และสรรพสัตว์เหล่าอื่น มีความตายเป็นที่สุด จึง ทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงถึงความอุตสาหะ ในการปฏิบัติที่หาโทษมิได้ โดยมุขอันแสดงถึงเนื้อความนั้นอย่างแจ่มแจ้ง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เยเกจิ เป็นบทแสดงอรรถที่ไม่แน่นอน. บทว่า ภูตา แปลว่า บังเกิดแล้ว. บทว่า ภวิสฺสนฺติ แปลว่า จักบังเกิด
ในอนาคต. วา ศัพท์ เป็นวิกัปปัตถะ. อปิ ศัพท์ เป็นสัมปิณฑนัตถะ.
ด้วย อปิ ศัพท์นั้น ท่านสงเคราะห์เอาสัตว์ผู้กำลังบังเกิด. ด้วยลำดับ คำเพียงเท่านี้ ท่านกำหนดถือเอาเหล่าสัตว์ ผู้นับเนื่องในปฏิสนธิด้วย อำนาจกาลมีอดีตกาลเป็นต้น โดยไม่มีส่วนเหลือ. อีกอย่างหนึ่ง คัพภ- เสยยกสัตว์ สัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ตั้งแต่เวลาออกจากครรภ์ ชื่อว่า ภูตา ( สัตว์ผู้เกิดแล้ว). ก่อนแต่เกิดนั้น ชื่อว่าจักเกิด. พวกสังเสทชสัตว์ และอุปปาติกสัตว์ หลังแต่ปฏิสนธิจิตไป ชื่อว่าเกิดแล้ว. ก่อนแต่นั้น ชื่อว่าจักเกิด เนื่องด้วยภพที่จะพึงบังเกิด. หรือว่า สัตว์แม้ทั้งหมด ชื่อว่าเกิดแล้ว เนื่องด้วยปัจจุบันภพ. ชื่อว่าจักเกิด เนื่องด้วยภพใหม่
ในอนาคต. ผู้สิ้นอาสวะ ชื่อว่าเกิดแล้ว. จริงอยู่ ท่านผู้สิ้นอาสวะ
เหล่านั้น เกิดแล้วเท่านั้น ก็จักไม่เกิดต่อไปอีกแล. สัตว์เหล่าอื่นจากผู้สิ้น อาสวะเหล่านั้น ชื่อว่าจักบังเกิด. บทว่า สพฺเพ คมิสฺสนฺติ ปหาย เทหํ ความว่า สัตว์ทั้งปวงต่างกันตามที่กล่าวแล้ว และต่างกันเป็นหลาย ประเภทโดยภพ กำเนิด คติ วิญญาณฐิติ และสัตตาวาส เป็นต้นทั้งหมด จักละ คือทอดทิ้งร่างกาย คือสรีระของตนไปสู่ปรโลก ส่วนพระอเสขบุคคล
จักไปพระนิพพาน. ในข้อนี้ ท่านแสดงไว้ว่า ใคร ๆ ชื่อว่าไม่มีการจุติ