ส่วนเหลือ คือความสงสัยมีวัตถุ ๑๖ อันเป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า ตลอด อดีตกาลยาวนาน เราได้มีแล้วหรือหนอ ความสงสัยมีวัตถุ ๘ ที่ท่าน กล่าวไว้อย่างนี้ว่า ย่อมสงสัยในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ฯลฯ ย่อม สงสัยในปฏิจจสมุปปันนธรรม จะป่วยกล่าวไปไยถึงความสงสัยนอกนี้เล่า และเพราะความบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว จากกิเลสเหล่าอื่นที่ตนพึงละ. ก็ ท่านผู้มีอายุนี้ เพราะเหตุที่ท่านมีความสงสัยเป็นปกติมานาน ท่านจึงนั่ง พิจารณาอริยมรรคที่ตนบรรลุแล้วนั้น ให้หนักแน่นว่า เราละความสงสัย เหล่านี้ได้เด็ดขาด เพราะอาศัยมรรคธรรมนี้ ไม่ใช่นั่งพิจารณาเห็นนาม รูปพร้อมด้วยปัจจัย เพราะการข้ามความสงสัยเสียได้นั้น มีความไม่เที่ยง เป็นที่สุด.
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบอรรถนี้ คือ การข้าม ความสงสัยแห่งอริยมรรคได้เด็ดขาด แล้วจึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดง ถึงความนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยากาจิ กงฺขา อิธ วา หุรํ วา ความว่า ความสงสัยในอัตภาพนี้ คืออัตภาพที่เป็นปัจจุบันนี้ที่เกิดขึ้น โดยนัยมีอาทิ ว่า เราย่อมเป็นหรือหนอ หรือว่าเราไม่เป็นหนอ หรือในอัตภาพอื่น คือ ในอัตภาพที่เป็นอดีตและอนาคตที่เกิดขึ้น โดยนัยมีอาทิว่า ตลอดอดีต- กาลยาวนาน เราได้มีแล้วหรือหนอ. บทว่า สกเวทิยา วา ปรเวทิยา วา ความว่า ความสงสัยนั้น คือความเคลือบแคลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ใน ความรู้ของตนที่จะพึงได้ คือที่เป็นไปโดยเป็นอารมณ์ในอัตภาพของตน อย่างนี้ คือโดยนัยดังกล่าวแล้ว หรือในความรู้ของผู้อื่น ที่จะพึงได้ใน อัตภาพของผู้อื่น คือที่จะพึงได้ ได้แก่ที่เป็นไปในอัตภาพอันสูงสุด โดย