ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๔ · หน้า ๕ · ข้อ 38
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อรรถกถาว่า เกี่ยวด้วยคาถาอันสำเร็จมาแต่โสมนัสญาณนั้น กล่าวโดย

ส่วนข้างมาก. ก็โดยมากอุทาน ท่านกล่าวด้วยการปรพันธ์เป็นคาถา

และตั้งขึ้นด้วยอำนาจปีติและโสมนัส แต่อุทาน แม้นอกนี้ ย่อมได้ใน ประโยคมีอาทิว่า อตุถิ ภิกฺขเว ตทายตนํ ยตฺถ เนว ปฐวี น อาโป ภิกษุ ทั้งหลาย อายตนะนั้นมีอยู่ ในที่ที่ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ ไม่มี และได้ใน ประโยคมีอาทิว่า สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ ชนผู้ใดย่อม เบียดเบียนเหล่าสัตว์ผู้ใคร่ความสุข ด้วยอาชญา และได้ในประโยคมีอาทิว่า สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์ไม่ เป็นที่รักของท่าน อุทานนี้นั้น ดังกล่าวมาฉะนี้เป็นต้น มี ๓ อย่าง คือ เป็นสัพพัญญูพุทธภาษิต ๑ เป็นปัจเจกพุทธภาษิต ๑ เป็นสาวกภาษิต ๑. ใน ๓ อย่างนั้น ปัจเจกพุทธภาษิต มาในขัดควิสาณสูตร โดยนัยมีอาทิว่า

วางอาชญาในสัตว์ทั้งปวง ไม่เบียดเบียนสัตว์

เหล่านั้นแม้ตนหนึ่ง

ฝ่ายสาวกภาษิตมาในเถรคาถา โดยนัยมีอาทิว่า

ราคะทั้งปวงเราละได้แล้ว โทสะทั้งปวงเราถอน

เสียแล้ว โมหะทั้งปวงเราขจัดได้แล้ว เราเป็นผู้ดับ

เย็นสนิทแล้ว

และมาในเถรีคาถาว่า

เราเป็นผู้สำมรวมกาย วาจา และใจถอนตัณหา

พร้อมทั้งรากได้ เป็นผู้ดับเย็นสนิทแล้ว ดังนี้.

ก็อุทานเหล่านั้น เป็นอุทานของพระเถระและพระเถรีเหล่านั้น อย่างเดียวก็หามิได้ โดยที่แท้เป็นชนิดสีหนาท (การบันลือดุราชสีห์)