ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๔ · หน้า ๖๖๖ · ข้อ 148
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั้น ทั้งมิใช่ผู้ละทิ้งการศึกษา เหมือนชนมากมาย ผู้ไม่น้อมใจไปในการ

ศึกษานั้น. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเสขะ เพราะเกิดสิกขา ๓ หรือมีใน

สิกขา ๓ นั้น โดยอริยชาติ.

บทว่า ภิยฺโยโส มตฺตาย แปลว่า ยิ่งโดยประมาณ อธิบายว่า ยิ่ง เกินประมาณ.

จริงอยู่ ท่านลกุณฏกภัททิยะ นั่งอยู่ตามเดิมนั่นแหละบรรลุธรรม เครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะ ด้วยโอวาทแรกตามวิธีดังกล่าวในสูตรแรก. ฝ่าย พระธรรมเสนาบดีไม่ทราบการบรรลุพระอรหัตนั้นของท่าน โดยมิได้ คำนึงถึง สำคัญว่ายังเป็นพระเสขะอยู่ตามเดิม เหมือนบุรุษผู้มีใจกว้าง ขวาง เขาขอน้อยก็ให้มากฉะนั้น ย่อมแสดงธรรมเพื่อสิ้นอาสวะ โดย อเนกปริยายยิ่ง ๆ ขึ้นไปทีเดียว. ฝ่ายท่านลกุณฏกภัททิยะมิได้คิดว่า บัดนี้ เราทำกิจเสร็จแล้ว จะมีประโยชน์อะไรด้วยโอวาทนี้ จึงพึงโดยเคารพ เหมือนในกาลก่อนทีเดียว เพราะความเคารพในพระสัทธรรม. พระผู้มี- พระภาคเจ้า ทรงเห็นดังนั้น ประทับนั่งอยู่ในพระคันธกุฎีนั่นแหละ ทรง- กระทำโดยที่พระธรรมเสนาบดี รู้ธรรมเป็นที่สิ้นกิเลสของท่าน ด้วย พุทธานุภาพ จึงทรงเปล่งอุทานนี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เตน โข ปน สมเยน เป็นต้น.

คำที่จะพึงกล่าวในข้อนั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในอนันตรสูตร นั้นแล.

ก็ในคาถามีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ บทว่า อจฺเฉจฺฉิ วฏฺฏํ ความว่า ตัดกิเลสวัฏได้เด็ดขาด ก็เมื่อตัดกิเลสวัฏได้แล้ว ก็เป็นอันชื่อว่าตัด

กัมมวัฏได้ด้วย. ตัณหาท่านเรียกว่า อาสา ความหวัง ในคำว่า พฺยาคา