ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๔ · หน้า ๕๕๕ · ข้อ 122
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บวชเถอะขอรับ. ฝ่ายพระเถระใคร่ครวญว่า ญาณของเธอยังไม่แก่กล้า

ก่อน จึงรอคอยความแก่กล้าของญาณ ห้ามความพอใจในบรรพชา โดยนัยมีอาทิว่า ทำได้ยากแล ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า เอกภตฺตํ นี้ ท่านกล่าวหมายถึง การงดเว้นจากการบริโภคในเวลาวิกาล ซึ่งกล่าวไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุเป็น ผู้มีภัตหนเดียว เว้นจากความกำหนัด เว้นจากการบริโภคในเวลาวิกาล. บทว่า เอกเสยฺยํ ได้แก่ นอนไม่มีเพื่อน. ก็ในคำว่า เอกเสยฺยํ นี้ เมื่อ มุ่งถึงการนอนเป็นประธาน ท่านจึงแสดงกายวิเวกในอิริยาบถทั้ง ๔ ที่กล่าว แล้ว โดยนัยมีอาทิว่า ยืนคนเดียว เดินคนเดียว นั่งคนเดียว ดังนี้ ไม่

ใช่แสดงเพียงเป็นผู้ผู้เดียวนอน. บทว่า พฺรหฺมอริยํ ได้แก่ พรหมจรรย์

คือการเว้นจากเมถุน หรือศาสนพรหมจรรย์ คือการประกอบเนือง ๆ

ซึ่งไตรสิกขา. บทว่า อิงฺฆ เป็นนิบาต ในโจทนัตถะ. บทว่า ตตฺเถว

ได้แก่ ในเรือนนั่นเอง. บทว่า พุทฺธสาสนํ อนุยุญฺช ความว่า จงประ- กอบเนือง ๆ ซึ่งศีลมีองค์ ๕ มีองค์ ๘ และมีองค์ ๑๐ ต่างโดยการกำหนด เป็นนิจศีล และอุโบสถศีลเป็นต้น และสมาธิภาวนา และปัญญาภาวนา

อันสมควรแก่ศีลนั้น. จริงอยู่ พรหมจรรย์นี้ อันอุบาสกพึงประพฤติ

เนือง ๆ ในส่วนเบื้องต้น ชื่อว่าพระพุทธศาสนา. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวว่า พรหมจรรย์ประกอบด้วยกาล มีภัตหนเดียว นอนคนเดียว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาลยุตฺตํ ความว่า ประกอบด้วยกาล กล่าวคือ วัน ๑๔, ๑๕, ๘, ค่ำ และวันปาฏิหาริยปักข์. อีกอย่างหนึ่ง เราพึงสามารถตลอดกาลอันควร คืออันเหมาะสมแก่ท่านผู้ประกอบเนือง ๆ