สำหรับพักของข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับโดย ดุษณีภาพ ลำดับนั้นแล อุบาสกชาวปาฏลิคามทราบว่า พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าทรงรับแล้วลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำ ประทักษิณแล้วเข้าไปยังเรือนสำหรับพัก ครั้นแล้วลาดเครื่องลาดทั้งปวง ปูลาดอาสนะ ตั้งหม้อน้ำ ตามประทีปน้ำมันแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ถวายบังคมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรือนสำหรับพัก ข้าพระองค์ทั้งหลายปูลาดแล้ว ปูลาดอาสนะ ตั้งหม้อน้ำ ตามประทีปน้ำมัน แล้ว บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสำคัญกาลอันควรเถิด ครั้งนั้นแล เป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนุ่งแล้วถือบาตรและจีวร เสด็จถึง เรือนสำหรับพัก พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ครั้นแล้วทรงล้างพระบาท เสด็จ เข้าไปยังเรือนสำหรับพัก ประทับนั่งพิงเสากลางผินพระพักตร์ไปทาง ทิศบูรพา แม้ภิกษุสงฆ์ล้างเท้าแล้ว เข้าไปยังเรือนสำหรับพัก นั่งพิง ฝาด้านหลังผินหน้าไปทางทิศบูรพา แวดล้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่ แม้ อุบาสกชาวปาฏลิคามก็ล้างเท้าแล้วเข้าไปยังเรือนสำหรับพัก นั่งพิงฝาด้าน หน้าผินหน้าไปทางทิศประจิม แวดล้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่.
[๑๗๐] ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะอุบาสกชาวปาฏ- ลิคามว่า ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย โทษแห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือบุคคลผู้ทุศีลมีศีลวิบัติในโลกนี้ ย่อม เข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคะใหญ่ เพราะความประมาทเป็นเหตุ นี้เป็นโทษ แห่งศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีลประการที่ ๑.