ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๙ · หน้า ๒๗๐ · ข้อ 106
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ขวนขวายในทานนั้น เมื่อว่าโดยประการอื่น พึงกำจัดไทยธรรม ในฐานะอันไม่ควร และไม่พึงให้พระทักขิไณยบุคคลเสื่อมจากทาน.

อังกุระพาณิชครั้นติเตียนทานบดีเศรษฐีอย่างนี้แล้ว เมื่อ จะแสดงวิธีที่ตนจะพึงปฏิบัติ จึงกล่าว ๒ คาถาว่า :-

ก็เราไปจากที่นี้ถึงทวารกนครแล้ว จัก

เริ่มให้ทานอันนำความสุขมาให้เราแน่แท้ เรา

จักให้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ บ่อน้ำ สระน้ำ และ

สะพานในที่เดินลำบากให้เป็นทาน.

คำนั้นมีเนื้อความดังกล่าวแล้วนั่นแล. เพื่อจะแสดงข้อปฏิบัติ

ของอังกุระพาณิช พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายจึงได้ตั้ง คาถา ๔ คาถา ไว้ความว่า :-

ก็อังกุระพาณิชนั้นกลับจากทะเลทรายนั้น

ไปถึงทวารกนครแล้ว ได้เริ่มให้ทานอันนำความ

สุขมาให้ตน ได้ให้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ บ่อน้ำ

สระน้ำ ด้วยจิตอันเลื่อมใส. ช่างกัลบก พ่อครัว

ชาวมคธ พากันป่าวร้องในเรือนของอังกุระพาณิช

นั้น ทั้งเช้า ทั้งเย็น ทุกเมื่อว่า ใครหิวจงมากิน

ตามชอบใจ ใครกระหายจงมาดื่มตามชอบใจ

ใครจักนุ่งห่มผ้า จงนุ่งห่มผ้า ใครต้องการพาหนะ

สำหรับเทียม จงเทียมพาหนะในคู่แอกนี้ ใคร

ต้องการร่มจงเอาร่มไป ใครต้องการของหอมจง