บทว่า ปาวกํ แปลว่า ไฟ. บทว่า วารินา วิย โอสิญฺจํ แปลว่า เหมือน
เอาน้ำราด. บทว่า สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ความว่า ให้ความกระวน
กระวายแห่งจิตของเราทั้งหมดดับ. บทว่า อพฺพหี วต แปลว่า
ถอนขึ้นแล้ว. บทว่า สลฺลํ ได้แก่ ลูกศรคือความโศก. บทว่า
หทยนิสฺสิตํ ได้แก่ เป็นดังลูกศรอันแทงหัวใจ. บทว่า โสกปเรตฺสฺส ได้แก่ ถูกความโศกครอบงำ. บทว่า ปิตุโสกํ ได้เก่ ซึ่งความ
เศร้าโศกอันเกิดขึ้นปรารภบิดา. บทว่า อปานุทิ แปลว่า ได้ขจัดแล้ว
บทว่า ตว สุตฺวาน มาณว ความว่า พ่อกุมาร เพราะได้ฟังคำของเจ้า แล้ว แต่บัดนี้ พ่อจึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้. บทว่า สุชาโต ปิตรํ ยถา ความว่า สุชาตกุมารนี้ให้บิดาของตนพ้นจากความโศก ฉันใด แม้ชนเหล่าอื่นก็ฉันนั้น ผู้อนุเคราะห์มีความอนุเคราะห์เป็นปกติ มีปัญญากระทำอย่างนั้น คือกระทำอุปการะแก่บิดาและชนเหล่าอื่น.
บิดาฟังคำของมาณพแล้ว เป็นผู้ปราศจากความโศก จึง สนานศีรษะ บริโภคอาหาร ประกอบการงาน ทำกาละแล้วได้เป็น
ผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรม-
เทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะแก่ภิกษุเหล่านั้น. เมื่อจบ สัจจะ ชนเป็นอันมากบรรลุโสดาปัตติผลเป็นตัน. ในกาลนั้น สุชาตกุมาร ได้เป็นพระโลกนาถในบัดนี้แล.