ด้วยดี ด้วยผ้า เครื่องอลังการ ดอกไม้ ของหอม และเครื่องลูบไล้ ยกขึ้นสู่วิมาน ให้บริโภคโภชนะอันเป็นทิพย์ มีรสเลิศต่าง ๆ แล้ว ได้เข้าไปนั่งใกล้เขาตามสมควรแก่ความปรารถนา.
ครั้นล่วงไป ๑๕๐ ปี พระราชาเสด็จลุกขึ้น ในเวลาเที่ยงคืน ประทับนั่งทอดพระเนตรเห็นนางเปรต ผู้ประพฤติล่วงเกินนั้น กำลังเดินไปยังฝั่งสระโบกขรณี มีความประสงค์จะทดลองดู จึง ตามไป ด้วยคิดว่า เพราะเหตุไรหนอ หญิงนี้ จึงไปในเวลานี้. ลำดับนั้น พระราชาเห็นนางผู้ไปในที่นั้น กำลังถูกสุนัขกัด เมื่อ ไม่รู้ว่า นี่อะไรกันหนอ จึงทดลอง ๒-๓ วัน จึงคิดว่า สุนัขนี้ ชะรอยจะเป็นศัตรูแก่หญิงนี้ จึงพุ่งหลาวอันลับดีแล้ว ปลงเสียจาก ชีวิต และโบยหญิงนั้นแล้ว ให้ลงยังสระโบกขรณี เห็นรูปที่ตน ได้เห็นครั้งก่อนแล้ว จึงตรัสถามประวัติของนางนั้นด้วยคาถา ๑๒ คาถาว่า :-
สระโบกขรณีนี้ มีน้ำใสสะอาด มีบันได
ทองคำลาดด้วยทรายทองโดยรอบ ในสระนั้น
มีกลิ่นหอมฟุ้งน่ารื่นรมย์ใจ ดาดดื่นไปด้วยหมู่ไม้
นานาชนิด มีกลิ่นต่าง ๆ หอมตลบไปด้วยลม
รำเพยพัดดารดาษด้วยบัวต่าง ๆ เกลื่อนกล่น
ด้วยบัวขาว มีกลิ่นหอมเจริญใจ อันลมรำเพยพัด
ฟุ้งขจร เสียงระงมไปด้วยหงษ์และนกกะเรียน
นกจักพรากมาร่ำร้องไพเราะจับใจ เกลื่อนกล่น