ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๒ · หน้า ๑๖๘ · ข้อ 7 8 9 10 11 12 13 14
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๗] โลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกแล่นเข้าไปสู่ความมืดคือโมหะ

เมื่อพระญาณของพระองค์ส่องแสงโชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกกำจัดไป

[๘] เมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว

สัตว์ทั้งหลายก็ตกอยู่ในความมืด ฉันใด

เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติขึ้น

สัตว์โลกก็ตกอยู่ในความมืด ฉันนั้น

[๙] ดวงอาทิตย์เมื่ออุทัยขึ้น

ย่อมขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันใด

ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

พระองค์ก็ทรงขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันนั้น

[๑๐] พระองค์ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร

ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

ทรงทำหมู่ชนจำนวนมากให้ยินดี

ด้วยการปรารภการกระทำของพระองค์

[๑๑] พระผู้มีพระภาคผู้มหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นนักปราชญ์ ทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงอนุโมทนาแล้ว

เสด็จเหาะไปในท้องฟ้า

เหมือนพญาหงส์โผบินไปในท้องฟ้า ฉะนั้น

[๑๒] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าปทุมุตตระ

เสด็จเหาะขึ้นไปประทับอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๓] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ชมเชยญาณ

ซึ่งประกอบด้วยข้ออุปมาทั้งหลายนี้

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๔] เขาจักเป็นเทวราช ๑๘ ชาติ