ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๒ · หน้า ๗๗ · ข้อ 509 510 511 512 513 514 515
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๕๐๙] ข้าพระองค์ค้นหาการถือปฏิสนธิในภพก็ไม่เห็น

เพราะข้าพระองค์ไม่มีอุปธิ หลุดพ้นแล้ว(จากกิเลสทั้งปวง)

มีจิตสงบระงับเที่ยวไป

[๕๑๐] ธรรมดาดอกปทุมพอได้สัมผัสแสงดวงอาทิตย์

ก็แย้มบานทุกเมื่อ ฉันใด

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงมีความเพียรมาก

ข้าพระองค์ก็ฉันนั้นบานแล้ว(คือสำเร็จมรรคผลนิพพาน)

เพราะรัศมีแห่งพระพุทธเจ้า

[๕๑๑] ในกำเนิดนกยาง ย่อมไม่มีนกยางตัวผู้ในกาลทุกเมื่อ

เมื่อเมฆฝนคำรน(เมื่อฟ้าร้อง)

นกยางตัวเมียจึงจะตั้งครรภ์ได้ ในกาลทั้งปวง

[๕๑๒] นกยางตัวเมียเหล่านั้นจะตั้งครรภ์อยู่นาน

ตราบเท่าที่เมฆฝนยังไม่คำราม

พวกมันจะพ้นจากภาระ(จะออกไข่)

ได้ก็ต่อเมื่อเมฆฝนตกลงมา ฉันใด

[๕๑๓] ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ทรงคำรนด้วยเมฆฝนคือพระธรรม

ก็ได้ตั้งครรภ์คือธรรม ด้วยเสียงแห่งเมฆฝนคือธรรม

[๕๑๔] ใช้เวลาตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กัป

ข้าพระองค์ จึงจะได้ตั้งครรภ์คือบุญ

ข้าพระองค์ยังไม่พ้นจากภาระ๑

ตราบเท่าที่เมฆฝนคือพระธรรมยังไม่คำรน

[๕๑๕] ข้าแต่พระศากยมุนี พระองค์ทรงคำรน

ด้วยเมฆฝนคือพระธรรมในกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์ในกาลใด

ในกาลนั้นข้าพระองค์ก็จะพ้นจากภาระ