อย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลในปัจจุบัน
และเพื่อความสุขในสัมปรายภพ.
[๕๙๕] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงพระดำริว่า พรหมายุ พราหมณ์เห็นมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการของเราโดยมาก เว้นอยู่ ๒ ประ- การคือ คุยหฐานอันเร้นอยู่ในฝัก ๑ ลิ้นใหญ่ ๑ ยังเคลือบแคลง สงสัย ไม่น้อม ใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในมหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ ลำดับนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร ให้พรหมายุพราหมณ์ได้เห็นพระคุยหฐาน อันเร้นอยู่ในฝัก และทรงแลบพระชิวหาสอดเข้าช่องพระกรรณทั้งสองกลับไป มา สอดเข้าช่องพระนาสิกทั้งสองกลับไปมา ทรงแผ่ปิดทั่วมณฑลพระนลาฏ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะพราหมณ์ด้วยพระคาถาว่า
ดูก่อนพราหมณ์ มหาปุริสลักษณะที่
ท่านได้สดับมาว่า ๓๒ ประการนั้น มีอยู่
ในกายของเราครบทุกอย่าง ท่านอย่าสงสัย
เลย ดูก่อนพราหมณ์ สิ่งที่ควรรู้ยิ่งเรารู้ยิ่ง
แล้ว สิ่งที่ควรเจริญเราเจริญแล้วและสิ่งที่
ควรละเราละได้แล้ว เพราะเหตุนั้น เราจึง
เป็นพุทธะท่านเป็นผู้อันเราให้โอกาสแล้ว
เชิญถามปัญหาที่ปรารถนายิ่งอย่างหนึ่ง
เพื่อประโยชน์เกื้อกูลในปัจจุบันและเพื่อ
ความสุขในสัมปรายภพเถิด.
[๕๙๖] ครั้งนั้นแล พรหมายุพราหมณ์ได้มีความดำริว่า เราเป็นผู้ อันพระสมณโคดมประทานโอกาสแล้ว จะพึงทูลถามประโยชน์ในปัจจุบันหรือ