มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๓๖๘ · ข้อ 660
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั่นแหละ อธิบายว่า พระเวท. ด้วยบทว่า อิติหิติหปรมฺปราย โดยสืบ ๆ กัน

มาอย่างนี้ ๆ นี้แสดงว่า บทมนต์มาโดยภาวะสืบ ๆ กันว่า เขาว่าอย่างนี้ เขาว่า

อย่างนี้. บทว่า ปิฏกสมฺปทาย ด้วยสมบัติคือตำรา ได้แก่ด้วยสมบัติ คือ คำพูด

ท่านแสดงว่า แต่งมาโดยการประพันธ์เป็นฉันท์มีสาวิตติฉันท์เป็นต้น และโดย การประพันธ์ทั่วไป อย่างร้อยแก้ว. บทว่า นั้นด้วย แปลว่า ในบทมนต์นั้น. บทว่า ผู้กล่าว แปลว่า เป็นผู้บอกมนต์.

บทว่า เหล่าใด แปลว่า อันเป็นของมีอยู่ ของพราหมณ์เหล่าใด. บทว่า บทมนต์ ได้แก่ มนต์คือพระเวทนั่นแหละ. บทว่า เพลงขับ ความว่า อันพราหมณ์แต่เก่าก่อนสิบคน มีพราหมณ์อัฏฐกะเป็นต้นสวดแล้ว เนื่องด้วย

ความถึงพร้อมด้วยเสียง. บทว่า กล่าวแล้ว ได้แก่บอกแล้ว อธิบายว่า กล่าว

แล้วแก่ผู้อื่น. บทว่า สมิหิตํ รวบรวมไว้แล้ว ความว่า รวมไว้ คือ ทำให้

เป็นหมวดหมู่ อธิบายว่า จัดตั้งไว้เป็นหมวด. บทว่า ตทนุคายนฺติ ขับตาม บทมนต์นั้น ความว่า พราหมณ์ทั้งหลายในบัดนี้ ขับตาม คือสวดตามบทมนต์

นั้นซึ่งท่านเหล่านั้นขับแล้วในปางก่อน. บทว่า กล่าวตามบทนั้น แปลว่า

กล่าวตามบทมนต์นั้น . คำนี้เป็นไวพจน์ของคำก่อนนั่นแล. บทว่า กล่าวตาม ภาษิต แปลว่า ท่องบ่นตามที่ท่านเหล่านั้นกล่าวแล้วท่องแล้ว. บทว่า บอก ตามที่บอก แปลว่า บอกตามที่ท่านเหล่านั้นบอกแก่ผู้อื่น. คำว่า เสยฺยถีทํ หมายความว่า ท่านเหล่านั้น คือ ท่านเหล่าไหน. คำว่า อัฏกะ เป็นต้น

เป็นชื่อของท่านเหล่านั้น. ได้สดับมาว่า ท่านเหล่านั้นตรวจดูด้วยตาทิพย์ ไม่

ทำการเบียดเบียนผู้อื่น เทียบเคียงกับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้ากัสสป สัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วร้อยกรองมนต์ทั้งหลายไว้. ส่วนพราหมณ์พวกอื่นเติม การฆ่าสัตว์เป็นต้นเข้าไป ทำลายพระเวททั้งสามทำให้ผิดกับพระดำรัสของ

พระพุทธเจ้า. บทว่า ลำดับคนตาบอด แปลว่า แถวคนตาบอด. คือคน