มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๕๓ · ข้อ 451
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ยถา ภควา อญฺาสิ ฯเปฯ กาลํ มญฺสิ ดังนี้. บทว่า มิคาจิเร ได้แก่ พระอุทยาน มีชื่ออย่างนี้. ก็พระราชอุทยานนั้น พระราชาพระราชทาน แก่ เหล่าบรรพชิตที่มาถึงในกาลมิใช่เวลา เป็นอันทรงอนุญาตอย่างนี้ว่า จงใช้

สอยอุทยานนี้ตามความสบายเถิด. เพราะฉะนั้น พระเถระไม่เกิดแม้ความ

คิดว่า เราจะบอกบิดามารดาว่า เรามาแล้ว มารดาบิดานั้นจักส่งน้ำ ล้างเท้า น้ำมันทาเท้า เป็นต้นแก่เรา แล้วเข้าไปยังพระราชอุทยาน นั้นแล. บทว่า ปิณฺฑาย ปาวิสิ ได้แก่ เข้าไปบิณฑบาตในวันที่ ๒. บทว่า มชฺณิมาย ได้แก่ ซุ้มประตูกลางของเรือน มี ๗ ซุ้มประตู. บทว่า อุลฺลิกฺขาเปติ ได้แก่ ให้ช่างสระผม. บทว่า เอตทโวจ ได้เเก่ บิดาคิดว่า สมณะเหล่านี้ ให้บุตรที่รักคนเดียวของเราบวช เราไม่เห็นแม้แต่วันเดียว เหมือนมอบไว้ใน มือโจร สมณะเหล่านี้ กระทำการหยาบช้าอย่างนี้ ยังจะเข้าใจว่า ที่นี้ควรจะเข้ามา อีก ควรจะคร่าไปเสียจากที่นี้ จึงกล่าวคิดว่า เอตํ อิเมหิ มุณฺฑเกหิ. บทว่า าติทาสี ได้แก่ ทาสีของพวกญาติ. บทว่า อภิโทสิกํ ได้แก่ ขนม ที่ค้างคืน คือขนมที่ล่วงคืนหนึ่งไปแล้ว เป็นของบูด. ในคำนั้นมีความของ

บทดังนี้. ชื่อว่า อาภิโทส เพราะถูกโทษ คือ ความบูดครอบงำแล้ว.

อภิโทสนั้นแล ก็คืออาภิโทสิก. นี้เป็นชื่อของขนมที่ล่วงเลยคืนหนึ่งไปแล้ว

คือขนมที่ค้างคืนอันนั้น. บทว่า กุมฺมาสํ ได้แก่ ขนมที่ทำด้วยข้าวเหนียว.

บทว่า ฉฑฺเฑตุกามา โหติ ความว่า เพราะเหตุที โดยที่สุด แม้แต่ทาส กรรมกรทั้งโค ก็ไม่ควรกิน ฉะนั้น ทาสีประสงค์ก็จะทิ้งขนมนั้นไปในภายนอก

เหมือนขยะ. บทว่า สเจตํ ตัดบทว่า สเจ เอตํ. พระเถระ เรียกทาสี

นางนมของตนนั้น ด้วยอริยโวหารว่า ภคินิ. บทว่า ฉฑฺฑนิยธมฺมํ ความว่า มีอันจะต้องทิ้งไปเป็นสภาวะ. ท่านอธิบายไว้ว่า ดูก่อนน้องหญิง