มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๓๒๔ · ข้อ 632
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

โฆ. ท่านอุเทน บุคคลผู้ทำตนให้เดือนร้อน ประกอบความขวนขวาย

ในการทำคนให้เดือนร้อนนี้ ย่อมไม่ยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี แม้บุคคลผู้ทำ ผู้อื่นให้เดือดร้อน ประกอบความขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือนร้อนนี้ ก็ไม่

ยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี. ถึงบุคคลผู้ทำคนให้เดือนร้อน ประกอบความ

ขวนขวายในการทำคนให้เดือนร้อน ทั้งทำผู้อื่นให้เดือนร้อน ประกอบความ ขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือนร้อนนี้ ก็ไม่ยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี. ส่วน บุคคลผู้ไม่ทำตนให้เดือนร้อน ไม่ประกอบความขวนขวายในการทำตนให้ เดือดร้อน ทั้งไม่ทำผู้อื่นให้เดือนร้อน ไม่ประกอบความขวนขวายในการทำ ผู้อื่นให้เดือนร้อน ผู้ไม่ทำตนให้เดือนร้อนและไม่ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนนั้น เป็นผู้ไม่มีความหิว ดับสนิท เป็นผู้เย็น เสวยแต่ความสุข มีตนเป็นดังพรหม อยู่ในปัจจุบันเทียว บุคคลนี้ย่อมยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี.

อุ. ดูก่อนพราหมณ์ ก็เพราะเหตุไร บุคคล ๓ จำพวกนี้ จึงไม่ยังจิต

ของท่านให้ยินดี.

โฆ. ท่านอุเทน บุคคลผู้ทำตนให้เดือดร้อน ประกอบความขวนขวาย

ในการทำตนให้เดือดร้อน เขาย่อมทำคนผู้รักสุขเกลียดทุกข์ให้เดือนร้อน ให้ เร่าร้อน เพราะเหตุนี้ บุคคลนี้จึงไม่ยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี แม้บุคคลผู้ทำ ผู้อื่นให้เดือนร้อน ประกอบความขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือนร้อน เขาก็ ย่อมทำผู้อื่นซึ่งรักสุขเกลียดทุกข์ให้เดือนร้อน ให้เร่าร้อน เพราะเหตุนี้ บุคคล

นี้จึงไม่ยังจิตของข้าพเจ้าให้ยินดี. ถึงบุคคลผู้ทำคนให้เดือนร้อน ประกอบ

ความขวนขวายในการทำคนให้เดือดร้อน ทั้งทำผู้อื่นให้เดือนร้อน ประกอบ ความขวนขวายในการทำผู้อื่นให้เดือนร้อน เขาก็ทำตนและผู้อื่นซึ่งรักสุขเกลียด ทุกข์ให้เดือนร้อน ให้เร่าร้อน เพราะเหตุนี้ บุคคลนี้จึงไม่ยังจิตของข้าพเจ้า