จากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเล่า. เมื่อสหายเหล่านั้นกล่าวเช่นนี้ รัฐปาลกุลบุตร
ก็ได้นิ่งเสีย. แม้ครั้งที่สอง. . . แม้ครั้งที่สาม พวกสหายของรัฐปาลกุลบุตรได้
กล่าวว่า เพื่อนรัฐปาละ ท่านเป็นบุตรคนเดียว เป็นที่รักที่ชอบใจของมารดา บิดา มีแต่ความสุข ได้รับเลี้ยงดูมาด้วยความสุข ท่านไม่รู้จักความทุกข์อะไร ๆ เลย เชิญลุกขึ้น เพื่อนรัฐปาละ ท่านจงบริโภค จงดื่ม จงให้บำเรอเถิด ท่านยังกำลังบริโภคได้ กำลังดื่มได้ กำลังให้บำเรอได้ จงยินดีบริโภคกาม ท่าบุญไปพลางเถิด แม้ครั้งที่สาม รัฐปาลกุลบุตรก็ได้นิ่งเสีย.
ลำดับนั้น พวกสหายพากันเข้าไปหามารดาบิดาของรัฐปาลกุลบุตรถึง ที่อยู่แล้วได้กล่าวว่า ข้าแต่คุณแม่คุณพ่อ รัฐปาลกุลบุตรนี้ นอนอยู่ที่ฟื้นอัน ปราศจากเครื่องลาด ณ ที่นั่นเอง ด้วยตั้งใจว่าที่นี้จักเป็นที่ตายหรือที่บวช ของเรา ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะไม่อนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิต ก็จักตายเสียในที่นั้นเอง แต่ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะอนุญาตให้รัฐปาล- กุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คุณแม่คุณพ่อก็จักได้เห็นเขาแม้บวช แล้ว หากรัฐปาลกุลบุตรจักยินดีในการบวชเป็นบรรพชิตไม่ได้ เขาจะไป ไหนอื่น ก็จักกลับมาที่นี่เอง ขอคุณแม่คุณพ่ออนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด.
[๔๓๑] มารดาบิดากล่าวว่า ดูก่อนพ่อทั้งหลาย เราอนุญาตให้ รัฐปาลกุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต แต่เมื่อเขาบวชแล้วพึงมาเยี่ยม
มารดาบิดาบ้าง. ครั้งนั้น สหายทั้งหลายพากันเข้าไปหารัฐปาลกุลบุตรถึงที่อยู่
แล้วได้กล่าวว่า คุณแม่คุณพ่ออนุญาตให้ท่านออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต แล้ว แต่เมื่อท่านบวชแล้ว พึงมาเยี่ยมคุณแม่คุณพ่อบ้าง.
[๔๓๒] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรลุกขึ้น บำรุงกายให้เกิดกำลังแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว