มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๒๗๙ · ข้อ 603
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า อลฺลีนํ ความว่า จีวรของภิกษุเหล่าอื่นชุ่มด้วยเหงื่อติดอยู่ ฉันใด ของพระศาสดาย่อมไม่เป็นอย่างนั้น. บทว่า อปกฏฺํ ความว่า พ้น

จากกายไม่อยู่เหมือนผ้าสาฎกลื่น. บทว่า วาโต ได้แก่ แม้ลมเวรัมภวาต

ตั้งขึ้นก็ไม่อาจจะให้ไหวได้. บทว่า ปาทมณฺฑนานุโยคํ ความว่า ประกอบ

การทำพระบาทให้สวยงามมีการขัดสีพระกายด้วยอิฐเป็นต้น. บทว่า ปกขา-

ลิตฺวา (ทรงล้างแล้ว) ความว่า ทรงล้างพระบาทด้วยพระบาทนั่นเทียว. ท่าน กล่าว บทว่า โส เนว อตฺตพฺยาพาธาย ไม่เพื่อเบียดเบียนพระองค์เอง เป็นต้น เพราะมีปุพเพนิวาสญาณและเจโตปริยญาณ. แต่เห็นความมีอิริยาบถ สงบ จึงกล่าวด้วยความคาดคะเนเอา. บทว่า ธมฺมํ คือ ประยัติธรรม. บทว่า น อุสฺสาเทติ ความว่า ไม่กล่าวคำมีอาทิว่า แม้ท่านพระราชา ท่านมหา กฎุมพีเป็นต้น แล้วยกยอด้วยสามารถแห่งความรักอาศัยเรือน. บทว่า น อปสาเทติ ความว่า ไม่กล่าวคำมีอาทิว่า ท่านอุบาสก ท่านรู้ทางไปวิหาร แล้วหรือ ท่านมาเพราะกลัวหรือ. ภิกษุไม่ปล้นของอะไรเอาหรอก ท่านอย่ากลัว หรือว่า ท่านช่างมีชีวิตตระหนี่เหนียวแน่นอะไรอย่างนี้ แล้วรุกรานด้วยความ รักอาศัยเรือน.

บทว่า วิสฺสฏฺโ ความว่า ไม่ข้อง คือไม่ขัด. บทว่า วิญฺเยฺโย คือ พึงรู้ได้ชัด ปรากฏ. คือพระสุรเสียงนั้นรู้ได้ชัดเจน เพราะสละสลวย. บทว่า มญฺชุ คือไพเราะ. บทว่า สวนีโย คือสะดวกหู ก็เสียงนั้น ชื่อว่า น่าฟัง เพราะมีความไพเราะนั่นเอง. บทว่า พินฺทุ คือกลมกล่อม. บทว่า อวิสารี คือไม่พร่า. ก็เสียงนั้นไม่พร่าเพราะมีความกลมกล่อมนั่นเอง. บทว่า คมฺภีโร คือเกิดจากส่วนลึก. บทว่า นินฺนาที คือมีความกังวาล. ก็เสียงนั้น ชื่อว่ามีความกังวาล เพราะเกิดจากส่วนลึก. บทว่า ยถา ปริสํ คือย่อมยัง บริษัทที่เนื่องเป็นอันเดียวกันแม้มีจักรวาลเป็นที่สุด ให้เข้าใจได้. บทว่า