ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๑๓๖ · ข้อ 10 11 12 13 14 15
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๐] ครั้งนั้น ศิษย์ทั้งหลายพากันมาหาข้าพเจ้าไม่ขาดสาย

เหมือนกระแสน้ำ ข้าพเจ้าไม่เกียจคร้าน

สอนมนตร์แก่ศิษย์เหล่านั้นทั้งกลางวันและกลางคืน

[๑๑] ในคราวนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ

เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงกำจัดความมืดมนให้พินาศแล้ว

ให้แสงสว่างคือพระญาณเป็นไป

[๑๒] ครั้งนั้น ศิษย์ของข้าพเจ้าคนหนึ่ง

ได้บอกแก่ศิษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า

พวกเขาได้ฟังความนั้น จึงบอกแก่ข้าพเจ้า

[๑๓] ข้าพเจ้าคิดว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

ชนย่อมประพฤติตามพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แต่เราไม่มีลาภเลย

[๑๔] พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีการอุบัติเลิศลอย

มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่ ไฉนหนอ

เราควรเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๑๕] ข้าพเจ้าถือหนังสัตว์ ผ้าเปลือกไม้

และคนโทน้ำของข้าพเจ้าแล้ว จึงออกจากอาศรม

เรียกศิษย์ทั้งหลายมา (กล่าวว่า)

๗ นิฆัณฑุศาสตร์ คัมภีร์ประเภทศัพท์มูลวิทยา (Etymology) คลังศัพท์ (Lexicon) หรืออภิธานศัพท์

(Glossary) ซึ่งรวบรวมคำศัพท์ในพระเวทซึ่งเป็นคำยากหรือคำที่เลิกใช้แล้ว นำมาอธิบายความหมาย เป็น

ส่วนหนึ่งของปรกติ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า นิฆัณฏุ

(ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๓) ๘ เกฏุภศาสตร์ คัมภีร์ที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมแก่การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็น

ส่วนหนึ่งของกัลปะซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า ไกฏภ