ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๕๓ · ข้อ 141 142 143 144 145 146 147 148 149
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๔๑] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี

ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน

เสด็จอุบัติขึ้น ทรงช่วยมหาชนให้ข้ามพ้น(วัฏฏสงสาร)

[๑๔๒] ข้าพเจ้าหมดกำลังเพราะป่วยหนัก

ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

จึงก่อพระสถูปที่อุดมไว้ที่หาดทราย

[๑๔๓] ครั้นแล้ว ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตร่าเริง

มีใจเบิกบาน โปรยดอกกระดิ่งทองโดยพลัน

[๑๔๔] ข้าพเจ้าปรนนิบัติพระสถูป

เหมือนกับปรนนิบัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์

อนึ่ง ด้วยจิตที่เลื่อมใสต่อพระพุทธเจ้า

พระนามว่าอัตถทัสสี ผู้คงที่นั้น

[๑๔๕] ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังเทวโลก

ได้ความสุขอันไพบูลย์ในเทวโลกนั้น

ข้าพเจ้ามีผิวพรรณเหมือนทองคำ

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๔๖] เทพนารีของข้าพเจ้ามีประมาณ ๘๐ โกฏิ

ประดับตกแต่งสวยงาม ต่างก็บำรุงข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๔๗] เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น คือ กลอง

ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์ มโหระทึก กลองใหญ่

บรรเลงอย่างไพเราะในวิมานนั้น

[๑๔๘] ช้างกุญชรตระกูลมาตังคะตกมันสามแห่ง๑ อายุ ๖๐ ปี

จำนวน ๘๔,๐๐๐ เชือก ประดับตกแต่งสวยงาม

[๑๔๙] คลุมด้วยข่ายทองคำ บำรุงข้าพเจ้า

ความบกพร่องด้วยกำลังพลและที่อยู่ย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า