ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๗๓๔ · ข้อ 49 50 51 52 53 54 55
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๔๙] สิ่งของที่เราให้แก่ผู้อื่น มีค่ามากกว่าสิ่งของที่ตนใช้เองฉันนั้น

เพราะฉะนั้น ควรให้ทานแก่ผู้อื่น อันนั้นจักมีผลตั้งร้อย

[๕๐] เรารู้อำนาจประโยชน์นั้นแล้ว จึงให้ทานในภพน้อยภพใหญ่

จักไม่ถอยกลับ(ไม่ท้อถอย) จากการให้ทาน

เพื่อบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี้แล

จันทกุมารจริยาที่ ๗ จบ

๘. สิวิราชจริยา

ว่าด้วยพระจริยาของพระเจ้าสิวิ

{๘} [๕๑] ในกาลที่เราเป็นกษัตริย์นามว่าสิวิ

อยู่ในกรุงชื่ออริฏฐะ เรานั่งอยู่ในปราสาทที่ประเสริฐ

ได้คิดอย่างนี้ว่า

[๕๒] “ทานในมนุษยโลกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ที่เราไม่ได้ให้แล้วไม่มี แม้ผู้ใดพึงขอจักษุกะเรา

เราก็พึงให้แก่ผู้นั้นได้ไม่หวั่นไหว

[๕๓] ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพ

ทรงทราบความดำริของเราแล้ว

ประทับนั่งในเทพบริษัทได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

[๕๔] ‘พระเจ้าสิวิพระองค์นั้นผู้ทรงมีฤทธิ์มาก

ประทับนั่งในปราสาทที่ประเสริฐ

ทรงดำริถึงทานต่าง ๆ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ยังมิได้ให้

[๕๕] ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ เอาเถอะ

เราจักทดลองพระองค์ดู ท่านทั้งหลายพึงคอยเราสักครู่หนึ่ง

หัวข้อ (สรุปโดย AI) จันทกุมารจริยา
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า