ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๔๕๘ · ข้อ 15 16 17 18 19 20 21 22
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๕] ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

เป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นผู้อุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๑๖] หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๔ ของพระองค์

มีนามปรากฏว่าภิกขุทาสี

ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้วพอใจการบรรพชา

[๑๗] แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้านครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

[๑๘] พระราชกัญญาทั้ง ๗ พระองค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

[๑๙] คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา

(๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา

(๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา

(๗) พระนางสังฆทาสิกา

[๒๐] (พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้น ได้กลับชาติมาเกิด)

คือ หม่อมฉัน ๑ พระเขมาเถรี ๑

พระอุบลวรรณาเถรี ๑ พระปฏาจาราเถรี ๑

พระกีสาโคตมีเถรี ๑ พระธรรมทินนาเถรี ๑

และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา

[๒๑] ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๒] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่มีความเจริญในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์