ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๕๐๒ · ข้อ 363 364 365 366 367 368 369 370
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๓๖๓] ครั้งนั้น พระองค์เกิดเป็นพราหมณ์นามว่าสุเมธะ

กำลังตกแต่งหนทางเพื่อพระสุคต

ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงกำลังเสด็จมา

[๓๖๔] ครั้งนั้น หม่อมฉันได้เกิดในตระกูลพราหมณ์

เป็นหญิงสาวมีนามว่าสุมิตตา เข้าไปสู่สมาคม

[๓๖๕] ถือดอกอุบลไป ๘ กำเพื่อบูชาพระศาสดา

ได้เห็นพระองค์ผู้เป็นฤาษีผู้ประเสริฐ ในท่ามกลางหมู่ชน

[๓๖๖] ครั้งนั้น หม่อมฉันได้เห็นพระองค์ผู้น่าพอใจ

ผู้มีความเอ็นดูประทับอยู่นาน ดำเนินผ่านไป

จึงได้สำคัญว่าชีวิตของเรามีผล

[๓๖๗] ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นความพยายามที่มีผล

ของพระองค์ผู้เป็นพระฤาษี ด้วยบุพกรรม

แม้จิตของหม่อมฉันก็เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๓๖๘] หม่อมฉันทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระฤๅษี มีพระทัยเบิกบาน

ข้าแต่พระฤาษี หม่อมฉันมิได้เห็นสิ่งอื่นที่ควรถวาย

จึงถวายดอกอุบลแด่พระองค์ พร้อมกับกล่าวว่า

[๓๖๙] ‘ข้าแต่พระฤๅษี ดอกอุบล ๕ กำ จงเป็นของท่าน

ดอกอุบล ๓ กำ จงเป็นของหม่อมฉัน

ข้าแต่พระฤๅษี ดอกบัว ๓ กำของหม่อมฉัน

กับดอกบัว ๕ กำของท่านนั้น จงมีผลเสมอกัน

เพื่อประโยชน์แก่พระโพธิญาณของท่าน’

ภาณวารที่ ๔ จบ

[๓๗๐] สุเมธมหาฤาษีรับดอกอุบลแล้วบูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ มีบริวารยศมากมาย