ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๑๕๘ · ข้อ 167 168 169 170 171 172 173 174 175
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๖๗] พระอุปติสสเถระและพระโกลิตเถระจักเป็นพระอัครสาวก

พระอุปัฏฐากชื่อว่าพระอานนท์ จักอุปัฏฐากพระชินเจ้านี้

[๑๖๘] เขมาภิกษุณีและอุบลวรรณาภิกษุณีจักเป็นพระอัครสาวิกา

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุบาสก

[๑๖๙] ขุชชุตตราอุบาสิกาและนันทมารดาอุบาสิกาเป็นอัครอุบาสิกา

ต้นไม้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของนักปราชญ์ผู้นี้

ชาวโลกเรียกกันว่าต้นอัสสัตถพฤกษ์

[๑๗๐] มนุษย์และเทวดาได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งจะหาใครเสมอเหมือนมิได้

ต่างเป็นผู้เบิกบานประนมมือนมัสการ

[๑๗๑] ข้าแต่พระมหามุนี

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นมาณพชื่อเมฆะ ศึกษามาดีแล้ว

ได้สดับคำพยากรณ์อันประเสริฐของสุเมธดาบส

[๑๗๒] ข้าพเจ้าเป็นผู้คุ้นเคยกับสุเมธดาบส ผู้มีความกรุณา

และรีบออกบวชตามสุเมธดาบส ผู้มีความเพียร ซึ่งบวชอยู่

[๑๗๓] เป็นผู้สำรวมในปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕

มีอาชีวะหมดจด มีสติ เป็นนักปราชญ์

กระทำตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้า

[๑๗๔] ข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างนี้

ถูกปาปมิตรบางคนชักนำในความประพฤติเลวทราม

ถูกขจัดออกจากหนทางที่ชอบแล้ว

[๑๗๕] เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตก

จึงหลีกออกจากศาสนา