ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๔๐๙ · ข้อ 162 163 164 165 166 167 168 169
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๖๒] พระโคตมีเถรีได้ตรัสกับพระอานนท์

ผู้เชี่ยวชาญพระปริยัติธรรมที่ลึกล้ำปานสาคร

ฝักใฝ่ในการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าซึ่งพร่ำรำพันอยู่ดังกล่าวมาว่า

[๑๖๓] “ลูกเอ๋ย เมื่อกาลเป็นที่ร่าเริงปรากฏแล้ว

พ่อไม่ควรที่จะเศร้าโศกถึงการตายของแม่

การนิพพานของแม่นั้นใกล้เข้ามาแล้ว

[๑๖๔] ลูกเอ๋ย พระศาสดาลูกได้ทูลให้ทรงยินยอม

จึงได้ทรงอนุญาตให้แม่บวช

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเสียใจไปเลย

ความพยายามของพ่อต้องมีผล

[๑๖๕] ก็บทใด ที่เจ้าลัทธิทั้งหลายผู้เก่าก่อนไม่เห็น

บทนั้นอันเด็กหญิงซึ่งมีอายุ ๗ ขวบรู้แจ้งประจักษ์แล้ว

[๑๖๖] พ่อจงรักษาพุทธศาสนาไว้

การเห็นลูกเป็นการเห็นครั้งสุดท้าย

ลูกเอ๋ย แม่จะไปสถานที่ที่บุคคลไปแล้วไม่ปรากฏ

[๑๖๗] ในกาลบางคราว พระผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ทรงเปล่งวาจาแสดงธรรม

ครั้งนั้น แม่ผู้มีความอนุเคราะห์จึงกล่าววาจาที่มีความหวังว่า

[๑๖๘] “ข้าแต่พระมหาวีระ ขอพระองค์จงทรงพระชนม์อยู่นาน ๆ

ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์จงดำรงพระชนม์อยู่ตลอดกัป

เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชาวโลกทั้งปวงเถิด

ขอพระองค์ทรงอย่าชราและปรินิพพานเลย”

[๑๖๙] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ได้ตรัสกับแม่ผู้กราบทูลอยู่

เช่นนั้นว่า “พระนางโคตมี พระพุทธเจ้าทั้งหลาย