ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๒๘๑ · ข้อ 312 313 314 315 316 317 318 319
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๓๑๒] ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ

[๓๑๓] และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอย่างไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น

ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ

[๓๑๔] เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลที่ยากจน

ขาดเครื่องนุ่งห่มและอาหาร

ในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์

[๓๑๕] ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระสารีบุตรผู้คงที่

ในเวลาที่ข้าพเจ้าแก่เฒ่า ได้อาศัยอารามนั้นอยู่

[๓๑๖] ครั้งนั้น ไม่มีภิกษุรูปใดบวชให้ข้าพเจ้าผู้แก่เฒ่า

ผู้มีกำลังและเรี่ยวแรงถดถอย

เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นคนตกยาก

มีผิวพรรณไม่ผ่องใสและเศร้าโศก

[๓๑๗] พระมหามุนีผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

ทอดพระเนตรเห็นเข้าจึงตรัสถามข้าพเจ้าว่า

‘ลูก ไฉนจึงเศร้าโศก จงบอกถึงความเสียดแทงที่เกิดในใจของเธอ’

[๓๑๘] ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร

ข้าพระองค์ไม่ได้บวชในศาสนาของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสดีแล้ว

เพราะความเศร้าโศกนั้น ข้าพระองค์จึงเป็นคนตกยาก

ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นผู้นำ

ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ด้วยเถิด’

[๓๑๙] ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ

ได้รับสั่งให้เรียกภิกษุมาประชุมพร้อมแล้วตรัสถามว่า