ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๕๖๙ · ข้อ 10 11 12 13 14 15 16 17 18
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๐] เมื่อความทุกข์มี ชื่อว่าความสุขก็ต้องมีฉันใด

เมื่อภพมีอยู่ วิภพ๑ก็จำต้องปรารถนา ฉันนั้น

[๑๑] เมื่อความร้อนมี ความเย็นอย่างอื่นก็ต้องมีฉันใด

เมื่อไฟ ๓๒ อย่างมีอยู่

นิพพาน(ความดับ)ก็จำต้องปรารถนา ฉันนั้น

[๑๒] เมื่อความชั่วมี แม้ความดีก็ต้องมี ฉันใด

เมื่อความเกิดมีอยู่ ความไม่เกิดก็จำต้องปรารถนา ฉันนั้น

[๑๓] บุรุษผู้ตกไปในหลุมคูถเห็นสระน้ำเต็ม

ไม่เข้าไปยังสระน้ำนั้น นั้นไม่ใช่ความผิดของสระน้ำ ฉันใด

[๑๔] เมื่อสระน้ำอมฤต๓มีอยู่ บุคคลไม่แสวงหาสระน้ำนั้น

อันเป็นที่ชำระมลทินคือกิเลส

นั้นก็ไม่ใช่ความผิดของสระน้ำอมฤต ฉันนั้น

[๑๕] เมื่อทางไปมีอยู่ บุรุษนั้นถูกข้าศึกปิดล้อมไม่ยอมหนีไป

นั้นไม่ใช่ความผิดของหนทาง ฉันใด

[๑๖] เมื่อทางเกษมมีอยู่ บุคคลถูกกิเลสปิดล้อม

ไม่แสวงหาทางนั้น นั้นก็ไม่ใช่ความผิดของทางอันเกษม ฉันนั้น

[๑๗] คนป่วย เมื่อหมอมีอยู่ ก็ไม่ให้หมอเยียวยา

ความป่วยไข้นั้น นั้นไม่ใช่ความผิดของหมอ ฉันใด

[๑๘] คนมีทุกข์ถูกความป่วยไข้คือกิเลสเบียดเบียน

ไม่แสวงหาอาจารย์ นั้นก็ไม่ใช่ความผิดของอาจารย์ผู้แนะนำ