ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๑๖๙ · ข้อ 17 18 19 20 21 22 23
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๗] ข้าพเจ้าเห็นรอยพระบาทของพระศาสดาพระนามว่าติสสะ

ที่พระองค์ทรงประทับไว้

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตร่าเริงบันเทิงใจ

ได้ทำจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาทนั้น

[๑๘] ข้าพเจ้าเห็นต้นอังกาบซึ่งงอกเลื้อยไปตามพื้นดิน

มีดอกบานสะพรั่ง จึงเด็ดมาพร้อมทั้งยอด

ได้บูชารอยพระบาทอันประเสริฐที่สุด

[๑๙] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๐] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

(ในกำเนิดนั้น ๆ) ข้าพเจ้ามีผิวพรรณดังดอกอังกาบ

มีรัศมีซ่านออกจากกาย

[๒๑] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชารอยพระบาท

[๒๒] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๓] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ