ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๕๔ · ๕๓๙ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๐๙ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๑ เปิดเล่ม 54: เถรีคาถา เอกนิบาต - อัญญตราเถรีคาถา และปฐมกถาพุทธประวัติโดยย่อ เล่ม 54 เริ่มต้นใหม่ด้วยเถรีคาถา (คาถาของพระภิกษุณี) เอกนิบาต ไม่ใช่เนื้อความต่อจากเล่ม 53 ที่เป็นเถรคาถาฝ่ายภิกษุ เปิดด้วยคาถาของภิกษุณีไม่ปรากฏชื่อ เปรียบราคะที่สงบแล้วดุจผักดองแห้งในหม้อ จากนั้นอรรถกถาอธิบายที่มาของคาถาโดยย้อนเล่าพุทธประวัติโดยย่อทั้งหมดตั้งแต่ทรงรับพยากรณ์จากพระทีปังกรจนตรัสรู้ แสดงธรรมจักรฯ และทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีบวชเป็นภิกษุณีองค์แรก ก่อนเล่าเรื่องกุลธิดาผู้ถวายมณฑปแด่พระกัสสปพุทธเจ้าในอดีตชาติ จนมาบรรลุอรหัตในชาติสุดท้าย
- หน้า ๑๒–๑๕ มุตตาเถรีคาถา (สิกขมานามุตตา) - พ้นจากกิเลสเครื่องผูกดุจจันทร์พ้นราหู เรื่องนางมุตตา สิกขมานา (ผู้กำลังศึกษาสิกขาบทก่อนอุปสมบทเต็มตัว) ซึ่งบวชในสำนักพระมหาปชาบดีโคตมี ขณะเจริญวิปัสสนาอยู่ในที่สงัด พระศาสดาทรงเปล่งพระรัศมีปรากฏต่อหน้าตรัสสอนให้ปลดเปลื้องจิตจากกิเลสเครื่องผูกดุจพระจันทร์พ้นจากราหูจับ และให้เป็นผู้ไม่มีหนี้ในการบริโภคปัจจัยที่ผู้อื่นถวายด้วยศรัทธา นางฟังแล้วบรรลุอรหัตทันที
- หน้า ๑๖–๑๗ ปุณณาเถรีคาถา (สิกขมานาปุณณา) - เต็มด้วยธรรมดุจจันทร์เพ็ญ เรื่องนางปุณณา สิกขมานา ผู้เคยถวายดอกอ้อบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าในอดีตชาติขณะเกิดเป็นกินรี บวชในสำนักพระมหาปชาบดีโคตมี พระศาสดาทรงเปล่งพระรัศมีตรัสสอนให้เต็มเปี่ยมด้วยโพธิปักขิยธรรม 37 ประการดุจพระจันทร์เต็มดวงในวันเพ็ญ และทำลายกองความมืดคืออวิชชาด้วยปัญญาอันบริบูรณ์ นางบรรลุอรหัตเมื่อจบคาถา
- หน้า ๑๘–๑๙ ติสสาเถรีคาถา (สิกขมานาติสสา) - ศึกษาไตรสิกขา อย่าให้โยคะครอบงำ เรื่องนางติสสา สิกขมานา ชาวศากยราชตระกูล เคยเป็นสนมของพระโพธิสัตว์ ออกบวชพร้อมพระมหาปชาบดีโคตมี พระศาสดาตรัสสอนให้ศึกษาไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) อย่าให้โยคะกิเลสครอบงำ และให้เที่ยวไปในโลกอย่างไม่มีอาสวะเมื่อพ้นจากโยคะทั้งปวงแล้ว นางบรรลุอรหัตหลังฟังคาถานี้
- หน้า ๒๐–๒๓ หกเถรี: ติสสา ธีรา วีรา มิตตา ภัทรา อุปสมา - อดีตสนมของพระโพธิสัตว์บวชพร้อมพระมหาปชาบดี รวมเรื่องพระเถรี 6 องค์ที่เคยเป็นสนมของพระโพธิสัตว์ชาวกบิลพัสดุ์ ออกบวชพร้อมพระมหาปชาบดีโคตมี ได้แก่ ติสสา ธีรา วีรา มิตตา ภัทรา และอุปสมา ส่วนใหญ่บรรลุอรหัตด้วยอำนาจพระรัศมีโอภาสที่พระศาสดาทรงเปล่งแสดงพระองค์ตรัสสอน ยกเว้นวีราที่อาศัยโอวาทเดิมเจริญวิปัสสนาจนบรรลุเอง แต่ละคาถาสอนให้บรรลุนิพพานอันเกษมจากโยคะ พ้นจากขณะที่ไม่ควรพลาด และข้ามโอฆะบ่วงมาร
- หน้า ๒๔–๒๖ มุตตาเถรีคาถา (พระอรหันต์) - พ้นจากความค่อมสามอย่าง ครก สาก สามี เรื่องพระเถรีชื่อมุตตา (อีกองค์หนึ่ง ต่างจากสิกขมานามุตตาก่อนหน้า) ธิดาพราหมณ์ยากจนที่ถูกยกให้แต่งงานกับพราหมณ์ค่อม ไม่พอใจชีวิตครองเรือนจึงขอบวช เจริญวิปัสสนาข่มจิตที่ฟุ้งซ่านจนบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา เปล่งอุทานว่าพ้นดีแล้วจากความค่อมสามอย่างคือค่อมเพราะครก ค่อมเพราะสาก และค่อมเพราะสามี อันเป็นสำนวนเปรียบเทียบความหลุดพ้นจากภาระชีวิตคฤหัสถ์
- หน้า ๒๗–๓๓ ธัมมทินนาเถรีคาถา - เอตทัคคะธรรมกถึกฝ่ายภิกษุณี ที่มาของจูฬเวทัลลสูตร เรื่องพระธัมมทินนาเถรี อดีตภรรยาของวิสาขเศรษฐี ผู้เมื่อสามีบรรลุอนาคามิผลแล้วเปลี่ยนพฤติกรรมต่อนาง นางจึงขอบวชแทนที่จะทนอยู่ในชีวิตคู่ที่เปลี่ยนไป ไปปฏิบัติวิเวกจนบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา ต่อมาวิสาขะมาถามปัญหาธรรมละเอียดลึกซึ้ง นางวิสัชนาได้คล่องแคล่วดุจตัดก้านบัว พระศาสดาทรงสรรเสริญและตั้งนางไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายภิกษุณีผู้เป็นธรรมกถึก อันเป็นที่มาของจูฬเวทัลลสูตร คาถาสุดท้ายกล่าวถึงผู้มีจิตไม่ติดในกามว่าเป็นผู้มีกระแสในเบื้องบน
- หน้า ๓๔–๓๕ วิสาขาเถรีคาถา - ให้รีบล้างเท้าแล้วนั่งเจริญภาวนา เรื่องพระวิสาขาเถรี มีประวัติคล้ายพระธีราเถรี คือเคยเป็นสนมของพระโพธิสัตว์ บวชพร้อมพระมหาปชาบดีโคตมีและบรรลุอรหัต เมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยวิมุตติสุขแล้ว ได้กล่าวคาถาสอนหมู่คณะให้ปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าซึ่งทำแล้วไม่ต้องเดือดร้อนใจภายหลัง และให้รีบล้างเท้าแล้วนั่งเจริญภาวนาในที่สงัดหลังกลับจากบิณฑบาต
- หน้า ๓๖ สุมนาเถรีคาถา - เห็นธาตุทั้งหลายเป็นทุกข์ สำรอกความพอใจในภพ เรื่องพระสุมนาเถรี มีประวัติทำนองเดียวกับพระติสสาเถรี พระศาสดาทรงเปล่งพระรัศมีแสดงพระองค์ตรัสสอนให้เห็นธาตุทั้งหลายว่าเป็นทุกข์ อย่าเวียนเกิดอีก ให้สำรอกความพอใจในภพแล้วเป็นผู้สงบระงับ นางบรรลุอรหัตทันทีที่จบคาถา อรรถกถาอธิบายว่าคาถานี้แสดงทั้งวิปัสสนา มรรค และนิพพานธาตุทั้งสองประเภทไว้ในบทเดียว
- หน้า ๓๗–๓๘ อุตตราเถรีคาถา - สำรวมกาย วาจา ใจ ถอนตัณหาพร้อมราก เรื่องพระอุตตราเถรี ชาวศากยตระกูล เคยเป็นสนมของพระโพธิสัตว์ บวชพร้อมพระมหาปชาบดีโคตมี บรรลุอรหัตด้วยอำนาจคาถาโอภาส เปล่งอุทานว่าตนสำรวมกาย วาจา ใจแล้ว ถอนตัณหาพร้อมรากเหง้าคืออวิชชาได้แล้ว จึงเป็นผู้เยือกเย็นดับกิเลสสนิท อรรถกถาอธิบายทั้งความสำรวมทางศีลและความสำรวมด้วยอำนาจอริยมรรค
- หน้า ๓๙ วุฑฒปัพพชิตสุมนาเถรีคาถา - พระภคินีพระเจ้ามหาโกศลบวชเมื่อชรา เรื่องพระเถรีสุมนาผู้บวชเมื่อชรา พระภคินีของพระเจ้ามหาโกศล เลื่อมใสในธรรมของพระศาสดาแต่รอจนพระเจ้าย่าสิ้นพระชนม์จึงได้บวช เมื่อทรงเห็นว่านางมีญาณแก่กล้า พระศาสดาตรัสสอนให้นุ่งห่มจีวรที่ทำจากผ้าเก่าแล้วพักผ่อนสบายเพราะราคะสงบแล้ว นางบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทาทันทีที่จบคาถาและบวชในขณะนั้นเอง
- หน้า ๔๐–๔๑ ธัมมาเถรีคาถา - ล้มลงขณะบิณฑบาตเป็นเหตุแห่งวิปัสสนา เรื่องพระธัมมาเถรี หญิงหม้ายที่รอจนสามีตายจึงได้บวชสมใจ วันหนึ่งขณะเที่ยวบิณฑบาตด้วยร่างกายอ่อนแรงถือไม้เท้า นางล้มลงกับพื้นดิน จึงถือเหตุการณ์นั้นเป็นอารมณ์เจริญวิปัสสนาเห็นโทษของร่างกาย จนจิตหลุดพ้นจากกิเลสบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา แสดงให้เห็นว่าแม้อุบัติเหตุเล็กน้อยก็เป็นเหตุแห่งการตรัสรู้ได้หากมีปัญญาพิจารณา
- หน้า ๔๒ สังฆาเถรีคาถา - ปิดท้ายเอกนิบาตแห่งเถรีคาถา เรื่องพระสังฆาเถรี ปิดท้ายเอกนิบาตแห่งเถรีคาถา นางกล่าวคาถาหลังบรรลุอรหัตว่าได้ละทิ้งเรือน บุตร และสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักออกบวช ละราคะ โทสะ และสำรอกอวิชชาได้ ถอนตัณหาพร้อมรากเหง้าจนเป็นผู้สงบระงับดับสนิท สรุปการสละทางโลกทั้งหมดเพื่อบรรลุความหลุดพ้นทางธรรม
- หน้า ๔๓–๔๗ ทุกนิบาตเริ่มต้น: อภิรูปนันทาเถรีคาถา - เจ้าหญิงงามผู้พระศาสดาทรงเนรมิตความชราให้เห็น เริ่มทุกนิบาต (หมวดคาถาสอง) ด้วยเรื่องเจ้าหญิงอภิรูปนันทาแห่งกบิลพัสดุ์ ผู้งดงามที่สุดจนได้ฉายาว่าอภิรูปนันทา แต่คู่หมั้นสิ้นพระชนม์ก่อนแต่งงาน บิดามารดาจึงบังคับให้บวช นางยังหลงใหลในรูปโฉมของตนจนไม่กล้าเข้าเฝ้าพระศาสดา พระองค์จึงทรงเนรมิตหญิงงามด้วยฤทธิ์แล้วค่อยๆ แสดงความชราทรุดโทรมให้นางเห็น เกิดความสังเวชจนบรรลุอรหัต คาถาสอนให้เห็นร่างกายที่ประกอบด้วยกระดูก 300 ท่อนว่าไม่สะอาดและเจริญอสุภกรรมฐาน
- หน้า ๔๘–๔๙ ชันตาเถรีคาถา - เจริญโพชฌงค์ 7 ครบถ้วนจนบรรลุนิพพาน เรื่องพระชันตาเถรี เจ้าหญิงราชวงศ์ลิจฉวีแห่งเวสาลี มีประวัติคล้ายพระอภิรูปนันทาเถรี ฟังธรรมจากพระศาสดาแล้วบรรลุอรหัตทันทีในเวลาจบเทศนา เปล่งคาถาด้วยอำนาจปีติว่าตนได้เจริญโพชฌงค์ทั้ง 7 ประการอันเป็นทางแห่งนิพพานครบถ้วนตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ร่างกายนี้เป็นร่างสุดท้ายแล้วเพราะสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด
- หน้า ๕๐–๕๑ สุมังคลมาตุเถรีคาถา - พ้นดีแล้วจากสาก จากสามีไม่มีหิริ เรื่องพระเถรีผู้เป็นมารดาของพระสุมังคลเถระ หญิงยากจนที่แต่งงานกับช่างจักสาน หลังบุตรชายบวชและบรรลุอรหัต นางก็บวชตามและบรรลุอรหัตเช่นกัน เปล่งอุทานอันโด่งดังว่าพ้นดีแล้วจากสาก จากสามีผู้ไร้ยางอาย จากร่มบังแดด จากหม้อข้าว และจากกลิ่นเหม็นในบ้าน สื่อถึงความปลดปล่อยจากภาระงานบ้านและชีวิตคู่ที่ทุกข์ทรมานสู่ความสงบใต้ร่มไม้
- หน้า ๕๒–๕๖ อัฑฒกาสีเถรีคาถา - อดีตหญิงคณิกา บวชโดยทูตครั้งแรกในพระวินัย เรื่องพระอัฑฒกาสีเถรี อดีตหญิงคณิกาชื่อดังแห่งแคว้นกาสีผู้มีค่าตัวสูงถึงครึ่งหนึ่งของส่วยทั้งแคว้น (จึงได้ชื่อว่าอัฑฒกาสี) ในอดีตชาติเคยด่าพระเถรีขีณาสพว่าเป็นหญิงแพศยาจึงรับผลกรรมเกิดเป็นหญิงแพศยาเอง เมื่อเบื่อหน่ายในรูปกายจึงขอบวช แต่ถูกนักเลงดักปล้นระหว่างทางไปอุปสมบทที่สาวัตถี พระศาสดาจึงทรงอนุญาตให้อุปสมบทโดยทูตเป็นครั้งแรก อันเป็นที่มาของพระวินัยข้อนี้ นางเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต
- หน้า ๕๗–๕๘ จิตตาเถรีคาถา - อดีตกินรีชราขึ้นเขาคิชฌกูฏเจริญวิปัสสนา เรื่องพระจิตตาเถรี อดีตกินรีผู้เคยบูชาดอกอ้อแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า เกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาลกรุงราชคฤห์ บวชในวัยชรา แม้ร่างกายผ่ายผอมป่วยไข้ต้องถือไม้เท้า นางยังฝืนขึ้นเขาคิชฌกูฏ วางผ้าสังฆาฏิและบาตรลง นั่งเจริญวิปัสสนาจนทำลายกองความมืดคืออวิชชาและบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา แสดงถึงความเพียรที่ไม่ย่อท้อต่อสังขารที่เสื่อมโทรม
- หน้า ๕๙–๖๐ เมตติกาเถรีคาถาและอรรถกถา: เถรีทุพพลภาพผ่านวัยสาวไปแล้วขึ้นภูเขาบรรลุวิชชาสาม อดีตชาติถวายสายรัดเอวประดับรัตนะบูชาพระสถูปพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ มาเกิดเป็นธิดาพราหมณ์มหาศาล บวชแล้วแม้ทุกข์ทุพพลภาพผ่านวัยสาวไปแล้ว ก็ยังถือไม้เท้าขึ้นภูเขา วางสังฆาฏิและบาตรนั่งบำเพ็ญเพียร จิตหลุดพ้นจากอาสวะตามลำดับมรรค บรรลุวิชชาสามในคราวเดียว คาถาเกือบซ้ำกับจิตตาเถรีคาถาก่อนหน้า สะท้อนรูปแบบมาตรฐานของการบันทึกประวัติเถรีในเถรีคาถา
- หน้า ๖๑–๖๔ มิตตาเถรีคาถาและอรรถกถา: การรักษาอุโบสถศีลแปดประการกำจัดความกระวนกระวายในใจ อดีตชาติเป็นนางในของพระเจ้าพันธุมะ ถวายภัตตาหารประณีตแด่พระภิกษุด้วยศรัทธา มาเกิดในศากยราชตระกูลกรุงกบิลพัสดุ์ บวชในสำนักพระมหาปชาบดีเถรีจนบรรลุอรหัตต์ คาถาพรรณนาการเข้าจำอุโบสถศีลแปดประการตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ และปาฏิหาริยปักษ์ ก่อนบวชยังปรารถนาเทพนิกาย แต่เมื่อบรรลุมรรคผลแล้วกลับไม่ปรารถนาสวรรค์อีกต่อไป อรรถกถาอธิบายรายละเอียดองค์อุโบสถศีลทั้งแปดข้อ
- หน้า ๖๕–๖๘ อภยมาตาเถรีคาถาและอรรถกถา: มารดาพระอภัยเถระ อดีตหญิงนครโสเภณีปทุมวดี บรรลุอรหัตต์ด้วยโอวาทบุตร เรื่องราวน่าสนใจของนางปทุมวดี หญิงนครโสเภณีกรุงอุชเชนี ที่พระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปหาด้วยฤทธิ์ยักษ์ จนมีโอรสชื่ออภัย ต่อมาโอรสบวชและบรรลุธรรม ส่วนนางฟังธรรมจากบุตรผู้เป็นพระเถระ ได้รับโอวาทให้พิจารณากายไม่สะอาดตั้งแต่พื้นเท้าถึงปลายผม จนบรรลุอรหัตต์ด้วยปัญญาพิจารณาอสุภกรรมฐานที่บุตรสอน เป็นตัวอย่างของมารดาที่ได้รับการโปรดจากบุตรของตนเอง
- หน้า ๖๙–๗๓ อภยาเถรีคาถาและอรรถกถา: สหายพระอภัยมาตุเถรี พระพุทธเจ้าทรงแสดงอสุภแก่นางถึงความสลดใจ อดีตชาติเป็นอัครมเหสีพระเจ้าอรุณราช ถวายดอกอุบล ๗ ดอกแด่พระพุทธเจ้า มาเกิดเป็นสหายพระอภัยมาตุเถรีและบวชตามด้วยความสิเนหา วันหนึ่งไปดูอสุภที่ป่าสีตวัน พระศาสดาทรงแผ่รัศมีแสดงพระองค์ ตรัสสอนว่ากายเป็นสภาพแตกดับที่ปุถุชนข้องอยู่ ให้มีสติรู้สึกตัวทอดทิ้งกายนั้น นางฟังจบก็บรรลุอรหัตต์ทันที แสดงพลังของพระธรรมเทศนาที่ตรงจริตผู้ฟัง
- หน้า ๗๔–๗๕ สามาเถรีคาถาและอรรถกถา (จบทุกนิบาต): เถรีเพื่อนสามาวดี ฟังโอวาทพระอานนท์บรรลุอรหัตต์ในคืนที่ ๘ นางสามาเป็นสหายรักของอุบาสิกาสามาวดี เมื่อสามาวดีสิ้นชีวิตเกิดความสังเวชจึงบวช แต่โศกเศร้าจนไม่อาจเจริญวิปัสสนาได้ ต่อมาฟังโอวาทพระอานนทเถระจึงเริ่มตั้งจิตใหม่ ต้องเข้าออกจากวิหารถึง ๔-๕ ครั้งต่อคืนเพราะควบคุมจิตไม่ได้ กระทั่งคืนที่ ๘ จึงถอนตัณหาได้สำเร็จบรรลุอรหัตต์ เป็นบทปิดท้ายทุกนิบาตแห่งเถรีคาถา แสดงว่าความเพียรสม่ำเสมอสำคัญกว่าความพยายามหักโหมเกินไป
- หน้า ๗๖–๗๘ เริ่มติกนิบาต - อัญญตราสามาเถรีคาถา: เถรีสามาอีกองค์บวช ๒๕ พรรษายังไม่ได้สมาธิจิต เปิดต้นติกนิบาตแห่งเถรีคาถาด้วยเรื่องพระเถรีชื่อสามาอีกองค์หนึ่ง อดีตชาติเป็นนางกินรีถวายดอกไม้แด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า มาเกิดในกรุงโกสัมพีเป็นสหายนางสามาวดี บวชด้วยความสังเวชเมื่อสามาวดีตาย แต่บวชนานถึง ๒๕ พรรษาก็ยังไม่ได้สมาธิจิต จนได้รับโอวาทจากพระสุคตจึงเจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัตต์ในคืนที่ ๗ สะท้อนว่าแม้บวชนานก็ต้องอาศัยโอวาทที่ถูกจริตจึงบรรลุธรรมได้
- หน้า ๗๙–๘๓ อุตตมาเถรีคาถาและอรรถกถา: ฟังธรรมจากพระปฏาจาราเถรี นั่งบัลลังก์เดียว ๗ วันบรรลุอรหัตต์ อดีตชาติเป็นทาสีที่รักษาอุโบสถศีลด้วยตนเองตามอย่างพระราชาและมหาชน มาเกิดในตระกูลเศรษฐีกรุงสาวัตถี เจริญวิปัสสนาในสำนักพระปฏาจาราเถรีแต่ไม่อาจให้ถึงที่สุดได้ จนพระปฏาจาราเถรีทราบจริตจึงประทานโอวาทเรื่องขันธ์ อายตนะ ธาตุ ให้เฉพาะ นางปฏิบัติตามจนอิ่มเอิบด้วยปีติสุข นั่งบัลลังก์เดียวไม่ลุกตลอด ๗ วัน วันที่ ๘ จึงทำลายกองโมหะบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๘๔–๘๖ อัญญตราอุตตมาเถรีคาถาและอรรถกถา: เจริญโพชฌงค์ ๗ ได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา อดีตชาติเป็นทาสีถวายขนมต้ม ๓ ชิ้นแก่พระขีณาสพ มาเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาล บวชไม่นานก็บรรลุอรหัตต์พร้อมปฏิสัมภิทา คาถาประกาศคุณวิเศษว่าเจริญโพชฌงค์ ๗ ประการครบถ้วนตามพระพุทธดำรัส ได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา ตัดกามทั้งที่เป็นทิพย์และของมนุษย์ได้เด็ดขาด แสดงความภาคภูมิใจในฐานะธิดาที่เกิดแต่พระอุระของพระพุทธเจ้า
- หน้า ๘๗–๘๙ ทันติกาเถรีคาถาและอรรถกถา: เห็นช้างที่ถูกฝึกเชื่องเป็นอุปมาจนทำจิตให้เป็นสมาธิ อดีตชาติเป็นนางกินรีถวายดอกสาละแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า มาเกิดในตระกูลปุโรหิตกรุงสาวัตถี บวชในสำนักพระมหาปชาบดีโคตมี วันหนึ่งพักกลางวันบนเขาคิชฌกูฏ เห็นนายหัตถาจารย์ฝึกช้างให้เชื่อฟังคำสั่งจนอยู่ในอำนาจมนุษย์ได้ เกิดความคิดว่าช้างซึ่งเป็นดิรัจฉานยังฝึกได้ เหตุใดจิตมนุษย์จะฝึกด้วยพระศาสดาไม่ได้ จึงเข้าป่าเจริญวิปัสสนาจนจิตเป็นสมาธิบรรลุอรหัตต์ด้วยอุปมาจากช้างฝึก
- หน้า ๙๐–๙๖ อุพพิริเถรีคาถาและอรรถกถา: พระพุทธเจ้าทรงชี้ป่าช้าธิดา ๘๔,๐๐๐ คนชื่อชีวา สลายความโศกของมารดา นางอุพพิริเป็นพระมเหสีพระเจ้าโกศล มีธิดาชื่อชีวาตายแต่เด็ก นางไปคร่ำครวญที่ป่าช้าทุกวัน พระศาสดาทรงแสดงพระองค์ตรัสชี้ว่าธิดาชื่อชีวาถูกเผาในป่าช้านี้ถึง ๘๔,๐๐๐ คนตลอดสังสารวัฏ ถามว่านางโศกถึงคนไหน คำตรัสนี้สะเทือนใจจนนางเห็นความไม่มีที่สิ้นสุดของการเวียนว่ายเกิดตาย ส่งญาณตามกระแสเทศนาจนบรรลุอรหัตต์ทันทีขณะยืนอยู่ที่ป่าช้านั้นเอง เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้ความโศกเป็นบันไดสู่ปัญญา
- หน้า ๙๗–๑๐๔ สุกกาเถรีคาถาและอรรถกถา: มหาธรรมกถึกผู้มีภิกษุณี ๕๐๐ เป็นบริวาร เทวดาป่าวประกาศคุณทั่วกรุงราชคฤห์ อดีตชาติบวชและเป็นพหูสูตทรงธรรมมาแล้วในศาสนาพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ต่อเนื่องหลายกัป มาเกิดในกรุงราชคฤห์ บวชในสำนักพระธัมมทินนาเถรีจนบรรลุอรหัตต์ กลายเป็นมหาธรรมกถึกมีภิกษุณีบริวารถึง ๕๐๐ องค์ เทศนาไพเราะดุจน้ำผึ้งจนเทวดาที่สิงต้นไม้เลื่อมใส เข้าไปในกรุงราชคฤห์ป่าวประกาศตำหนิชาวเมืองที่มัวเมาสุรากลับไม่มาฟังธรรมจากพระเถรี เป็นตัวอย่างหายากที่เทวดาโฆษณาคุณธรรมของภิกษุณีให้มนุษย์ฟัง
- หน้า ๑๐๕–๑๑๐ เสลาเถรีคาถาและอรรถกถา: มารล่อลวงด้วยกามและปฏิเสธนิพพาน พระเถรีย้อนว่ากามเปรียบดังหอกหลาว ธิดาพระเจ้าอาฬวี บวชแล้วบรรลุอรหัตต์ วันหนึ่งขณะพักกลางวันในป่า มารแปลงกายมากล่าวว่านิพพานไม่มีจริงในโลก ชวนให้กลับไปเสพกามก่อนจะเสียใจภายหลัง พระเถรีตอบโต้อย่างเด็ดขาดว่ากามเปรียบเหมือนหอกและหลาวที่ทิ่มแทงขันธ์ ตนกำจัดความเพลิดเพลินทั้งปวงและทำลายกองโมหะแล้ว ประกาศว่ามารถูกกำจัดแล้วโดยสิ้นเชิง มารได้ยินดังนั้นก็อันตรธานหายไป แสดงความมั่นคงของผู้บรรลุธรรมต่อการยั่วยวน
- หน้า ๑๑๑–๑๑๓ โสมาเถรีคาถาและอรรถกถา: มารดูหมิ่นว่าหญิงปัญญาเพียง ๒ นิ้วบรรลุอรหัตต์ไม่ได้ พระเถรีโต้ว่าเพศไม่เกี่ยวกับธรรม พระเถรีโสมาบรรลุอรหัตต์แล้วพักกลางวันในป่าอันธวัน มารมาท้าทายว่าฐานะพระอรหัตต์แม้ฤาษียังบรรลุยาก หญิงผู้มีปัญญาเพียง ๒ นิ้วเช่นนาง (อรรถกถาเปรียบกับการหุงข้าวที่หญิงใช้นิ้วบี้ทดสอบความสุก) ไม่มีทางบรรลุได้ พระเถรีย้อนว่าเมื่อจิตตั้งมั่นดีและเห็นแจ้งธรรมโดยชอบ ความเป็นหญิงหรือชายไม่มีผลอันใด ตนกำจัดกิเลสและกำจัดมารแล้วโดยสมบูรณ์ เป็นคาถาสำคัญที่ยืนยันความเสมอภาคทางเพศในการบรรลุธรรม
- หน้า ๑๑๔–๑๒๐ เริ่มจตุกกนิบาต - ภัททกาปิลานีเถรีคาถา: ภรรยาพระมหากัสสปะ ได้วิชชาสามเสมอกับสามีผู้เป็นเอตทัคคะ เปิดจตุกกนิบาตด้วยคาถาของพระภัททกาปิลานีเถรี ภรรยาเดิมของพระมหากัสสปเถระผู้เป็นเอตทัคคะด้านธุดงค์ คาถายกย่องคุณของพระมหากัสสปะว่ารู้ขันธ์ในภพก่อน เห็นสวรรค์อบาย สิ้นชาติ ได้วิชชาสามแล้วเปรียบเทียบว่านางเองก็ได้วิชชาสามเสมอกัน หลังทั้งสองเห็นโทษในโลกจึงพากันบวช อรรถกถาเล่าอดีตชาติยาวหลายภพ รวมถึงกรรมเทเปือกตมใส่บาตรพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ทำให้ร่างกายมีกลิ่นเหม็นในภพหนึ่ง ก่อนมาเกิดเป็นภรรยาปิปผลิกุมาร (พระมหากัสสปะ) เนื้อหายังต่อเนื่องเกินหน้า ๑๒๐
- หน้า ๑๒๑–๑๒๕ จตุกกนิบาต: ภัททกาปิลานีเถรีคาถา - พระเถรีผู้เป็นภรรยาพระมหากัสสปะ บรรลุอรหัตและเป็นเลิศด้านระลึกชาติ นางภัททกาปิลานีเคยตั้งความปรารถนาตำแหน่งเลิศด้านระลึกชาติไว้ในสมัยพระปทุมุตตระ ท่องเที่ยวสร้างบุญหลายภพ จนเกิดเป็นภรรยาปิปผลิ (พระมหากัสสปะ) ทั้งคู่เห็นโทษของกามคุณจึงพร้อมใจกันออกบวช นางบรรลุอรหัตในสำนักพระมหาปชาบดีโคตมี ได้รับยกย่องเป็นเลิศกว่าภิกษุณีทั้งปวงผู้ระลึกชาติได้ อรรถกถาอธิบายความหมายของคาถาที่แสดงคุณธรรมร่วมกันระหว่างพระเถระและพระเถรีคู่นี้อย่างละเอียด
- หน้า ๑๒๖–๑๒๘ ปัญจกนิบาต: อัญญตราภิกษุณีเถรีคาถา - แม่นมพระนางโคตมีที่กว่าจะสงบใจได้ต้องใช้เวลาถึง 25 ปี ภิกษุณีนิรนาม อดีตแม่นมของพระมหาปชาบดีโคตมี บวชตามนายแต่ถูกกามราคะรบกวนนานถึง 25 ปีโดยไม่เคยสงบจิตได้แม้ชั่วขณะ จนได้ฟังธรรมเรื่องขันธ์ อายตนะ ธาตุ จากพระธัมมทินนาเถรี จึงคลายกำหนัด เจริญกัมมัฏฐานจนได้อภิญญา 6 เรื่องนี้แสดงว่าแม้บวชมานานก็ยังพัฒนาจิตได้หากได้กัลยาณมิตรชี้แนะถูกทาง
- หน้า ๑๒๙–๑๓๒ วิมลาปุราณคณิกาเถรีคาถา - อดีตหญิงงามเมืองที่หลงใหลรูปกายจนถูกพระมหาโมคคัลลานะเทศน์สอนอสุภกัมมัฏฐาน นางวิมลา ธิดาหญิงงามเมืองในกรุงเวสาลี หลงมัวเมาในรูปโฉมของตนจนพยายามยั่วยวนพระมหาโมคคัลลานะ แต่กลับถูกท่านเทศน์สอนด้วยอสุภกัมมัฏฐานให้เห็นความไม่งามที่แท้จริงของร่างกาย นางเกิดความสังเวชจึงออกบวชและบรรลุอรหัต คาถาเปรียบเทียบชีวิตก่อนบวชที่มัวเมากับชีวิตหลังบวชที่หลุดพ้นแล้วอย่างชัดเจน
- หน้า ๑๓๓–๑๓๕ สีหาเถรีคาถา - ภิกษุณีที่ทุกข์ทรมานจากกามราคะนาน 7 ปีจนคิดผูกคอตาย กลับบรรลุอรหัตในขณะสวมบ่วงนั่นเอง พระสีหาเถรี หลานสาวขุนพลสีหะ บวชแล้วเจริญวิปัสสนาไม่สำเร็จ ถูกความฟุ้งซ่านและกามราคะรบกวนนาน 7 ปีจนร่างกายซูบผอม เกิดความท้อแท้ถึงขั้นคิดผูกคอตายในป่า แต่ขณะสวมบ่วงที่คอ จิตกลับน้อมไปสู่วิปัสสนาด้วยอำนาจบุญเก่า บรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทาในขณะนั้นเอง เป็นตัวอย่างจุดพลิกผันจากความสิ้นหวังสู่การหลุดพ้น
- หน้า ๑๓๖–๑๔๖ (สุนทรี)นันทาเถรีคาถา - พระกนิษฐภคินีของพระพุทธเจ้าผู้ยึดติดความงาม จนพระศาสดาทรงเนรมิตหญิงสาวให้เห็นความเสื่อมของร่างกาย พระนางสุนทรีนันทา น้องสาวต่างมารดาของพระพุทธเจ้า บวชด้วยความรักในหมู่ญาติมิใช่ด้วยศรัทธา จึงหลีกเลี่ยงไม่เข้าเฝ้าเพราะกลัวถูกตำหนิเรื่องความงาม พระศาสดาทรงเนรมิตหญิงสาวรูปงามกว่าให้ปรากฏ แล้วค่อยๆ แสดงความแก่ชราและเน่าเปื่อยต่อหน้า ทำให้นางสลดใจเห็นความไม่เที่ยงของรูปกาย บรรลุโสดาบันแล้วอรหัตในที่สุด ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านฌาน แสดงอุบายสอนธรรมที่เหมาะกับจริตแต่ละบุคคล
- หน้า ๑๔๗–๑๔๙ นันทุตตราเถรีคาถา - อดีตนักบวชนอกศาสนาผู้เก่งวาทะ พ่ายแพ้พระมหาโมคคัลลานะแล้วหันมาบวชในพุทธศาสนา นางนันทุตตรา เดิมบวชเป็นนักบวชนอกศาสนา บำเพ็ญตบะเคร่งครัดหลายอย่าง เช่นไหว้ไฟ ไหว้พระจันทร์พระอาทิตย์ ดำน้ำ โกนผมครึ่งศีรษะ แต่ยังยึดติดการแต่งกายและกามราคะ ต่อมาท้าโต้วาทะกับพระมหาโมคคัลลานะและพ่ายแพ้ จึงขอฟังคำสอนจนเกิดศรัทธาบวชในพระศาสนา เห็นกายตามจริงจนถอนกามราคะและบรรลุอรหัต แสดงว่าตบะภายนอกอย่างเดียวไม่นำไปสู่ความหลุดพ้นได้
- หน้า ๑๕๐–๑๕๓ มิตตากาฬีเถรีคาถา - ภิกษุณีที่บวชด้วยศรัทธาแต่หลงติดในลาภสักการะนาน 7 ปี ก่อนเกิดความสังเวชและหลุดพ้นได้ นางมิตตากาฬี บวชด้วยศรัทธาแต่กลับหลงใหลแสวงหาลาภสักการะแทนการปฏิบัติธรรม เที่ยวไปตามที่ต่างๆ นาน 7 ปีโดยไม่รู้หน้าที่ของสมณะ วันหนึ่งขณะนั่งในที่พักเกิดความสังเวชว่าตนเดินทางผิด ชีวิตสั้นและถูกชราพยาธิคุกคาม จึงเริ่มพิจารณาความเกิดดับของขันธ์ตามความเป็นจริงจนจิตหลุดพ้นจากกิเลส เป็นอุทาหรณ์เรื่องแรงจูงใจในการบวชที่คลาดเคลื่อนแล้วกลับตัวได้ทัน
- หน้า ๑๕๔–๑๖๑ สกุลาเถรีคาถา - อดีตราชธิดาผู้ตั้งปณิธานเป็นเลิศด้านตาทิพย์ บรรลุอรหัตหลังฟังธรรมจากพระขีณาสพ นางสกุลา ธิดาพราหมณ์ในกรุงสาวัตถี เคยตั้งความปรารถนาตำแหน่งเลิศด้านทิพยจักษุไว้ในสมัยพระปทุมุตตระและสั่งสมบุญหลายภพ ในภพสุดท้ายฟังธรรมจากพระขีณาสพองค์หนึ่งจนเห็นพระนิพพาน จึงละบุตรภรรยาทรัพย์สินออกบวช เจริญมรรคจนระลึกชาติได้ ชำระทิพยจักษุบริสุทธิ์ เห็นสังขารเป็นอนัตตาแล้วบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศของภิกษุณีผู้มีตาทิพย์
- หน้า ๑๖๒–๑๖๙ โสณาเถรีคาถา - มารดาผู้ให้กำเนิดบุตร 10 คนแต่ถูกลูกดูหมิ่นยามชรา บวชแล้วบำเพ็ญเพียรจนได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านความเพียร นางโสณา แบ่งทรัพย์ทั้งหมดให้บุตรทั้ง 10 คนจนไม่เหลือส่วนของตน แต่กลับถูกลูกและลูกสะใภ้ดูหมิ่นในยามแก่เฒ่า จึงออกบวชโดยตั้งใจว่าบวชเมื่อแก่จะไม่ประมาท ปฏิบัติสมณธรรมอย่างเข้มแข็งแม้ขณะทำงาน เช่นต้มน้ำก็เจริญเตโชธาตุจนน้ำเดือดทันทีเป็นที่อัศจรรย์ พระศาสดาทรงยกย่องความเพียรของนาง นางบรรลุอรหัตและได้รับตำแหน่งเลิศด้านผู้ปรารภความเพียร
- หน้า ๑๗๐–๑๗๗ ภัททากุณฑลเกสาเถรีคาถา - หญิงสาวที่หลงรักโจรจนเกือบถูกฆ่าชิงทรัพย์ที่หน้าผา รอดชีวิตด้วยไหวพริบแล้วออกบวชเป็นนักบวชนอกศาสนา นางภัททา ธิดาเศรษฐีกรุงราชคฤห์ หลงรักโจรสัตตุกะที่ถูกจับไปประหาร บิดาติดสินบนช่วยไถ่ชีวิตให้แต่งงานกัน ต่อมาโจรวางแผนฆ่านางเพื่อชิงเครื่องประดับที่หน้าผา นางใช้ไหวพริบหลอกกอดแล้วผลักโจรตกเขาตาย จึงออกบวชเป็นนักบวชนิครนถ์ถอนผมจนได้ชื่อว่ากุณฑลเกสา (ผมหยิกเป็นลอน) เที่ยวท้าโต้วาทะทั่วชมพูทวีป เนื้อเรื่องการพบพระสารีบุตรและการบวชในพุทธศาสนายังไม่จบภายในช่วงหน้านี้ ต่อเนื่องไปยังหน้าถัดไปในเนื้อหาส่วนที่เหลือของอรรถกถา
- หน้า ๑๗๘–๑๘๓ อปทานพระภัททากุณฑลเกสาเถรี: บุพกรรมหลายภพชาติ และปทภาชนีย์ปิดเรื่อง พระภัททากุณฑลเกสาบรรลุอรหัตทันทีขณะยืนฟังคาถาเดียวจากพระพุทธเจ้าเรื่องคุณค่าของธรรมที่แท้เหนือคาถานับพัน จากนั้นเป็นคำประพันธ์ย้อนอดีตชาติสมัยพระปทุมุตตระและพระกัสสปพุทธเจ้าที่ตั้งความปรารถนาเป็นเลิศด้านตรัสรู้เร็ว ปิดท้ายด้วยคำอธิบายศัพท์บาลีในคาถาอุทานของท่านอย่างละเอียด
- หน้า ๑๘๔–๑๘๘ ปฏาจาราเถรีคาถาเริ่มต้น: ชีวิตรักหนีตามคนรัก สามีตายเพราะงูพิษ พระปฏาจาราเถรีชี้แจงว่าตนสมบูรณ์ด้วยศีลจนบรรลุนิพพาน แล้วเล่าย้อนชีวิตคฤหัสถ์ที่หนีตามคนรับใช้จนตั้งครรภ์ เมื่อจะกลับบ้านเดิมระหว่างทางพายุใหญ่ สามีออกไปหาที่กำบังฝนกลับถูกงูพิษกัดตาย นางต้องคลอดบุตรและเผชิญโศกนาฏกรรมกลางป่าเพียงลำพัง
- หน้า ๑๘๙–๑๙๐ ปฏาจาราคลุ้มคลั่งจากการสูญเสีย พบพระพุทธเจ้า ได้สติ และบรรลุอรหัต หลังลูกถูกเหยี่ยวเฉี่ยวและถูกน้ำพัดตาย ทั้งบิดามารดาพี่ชายถูกเรือนทับตาย นางปฏาจาราเสียสติเปลือยกายเร่ร่อน จนพบพระพุทธเจ้าที่เชตวันผู้ตรัสให้ได้สติคืนมา ทรงสอนว่าน้ำตาจากความเศร้าโศกมีมากกว่าน้ำสี่มหาสมุทร นางบรรลุโสดาบันแล้วบวช ภายหลังเจริญวิปัสสนาผ่านอุปมาน้ำล้างเท้าจนบรรลุอรหัต
- หน้า ๑๙๑–๑๙๕ อปทานพระปฏาจาราเถรี: อดีตชาติสมัยพระปทุมุตตระและพระกัสสปพุทธเจ้า คำประพันธ์ย้อนอดีตชาติของพระปฏาจาราที่ตั้งความปรารถนาเป็นเลิศด้านผู้ทรงพระวินัยตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตระ ผ่านชาติเป็นราชธิดาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า จนถึงชาติสุดท้ายที่เล่าโศกนาฏกรรมซ้ำเป็นบทกวี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นเอตทัคคะด้านผู้ทรงวินัยหลังบรรลุอรหัต
- หน้า ๑๙๖–๑๙๘ ปทภาชนีย์คาถาปฏาจาราเถรี: อุปมาน้ำล้างเท้าและตะเกียงดับ อธิบายศัพท์บาลีในคาถาของพระปฏาจารา เน้นความหมายของอุปมาน้ำล้างเท้าสามครั้งที่ไหลไปได้ไกลต่างกันแทนวัยทั้งสามของสัตว์ และอุปมาไส้ตะเกียงที่ถูกดึงออกจนไฟดับแทนความหลุดพ้นทางใจ ซึ่งเป็นภาพเปรียบเทียบสำคัญที่ทำให้ท่านบรรลุอรหัต
- หน้า ๑๙๙–๒๐๑ ติงสมัตตาเถรีคาถา: ภิกษุณี 30 รูปบรรลุอรหัตในคืนเดียวจากโอวาทปฏาจารา พระปฏาจาราสอนภิกษุณี 30 รูปด้วยอุปมาคนตำข้าวเปลือกเลี้ยงชีพ ให้รีบล้างเท้าทำจิตสงบตามคำสอนพระพุทธเจ้า ภิกษุณีทั้งหมดปฏิบัติตามและบรรลุวิชชาสามครบทั้งบุพเพนิวาสญาณ ทิพยจักษุ และอาสวักขยญาณภายในคืนเดียว แล้วพากันมากราบขอบคุณพระเถรีดุจเทวดาห้อมล้อมพระอินทร์
- หน้า ๒๐๒–๒๐๕ จันทาเถรีคาถา: หญิงขอทาน 7 ปีสู่การบรรลุอรหัต ปิดปัญจกนิบาต พระจันทาเถรีเล่าชีวิตยากไร้เป็นหม้ายไร้ญาติ ต้องถือภาชนะขอทานจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่งนานถึง 7 ปี จนได้พบพระปฏาจาราเถรีผู้เมตตารับเป็นศิษย์และสอนกรรมฐาน นางปฏิบัติตามคำสอนจนบรรลุวิชชาสาม จบด้วยการปิดปัญจกนิบาตของคัมภีร์เถรีคาถา
- หน้า ๒๐๖–๒๑๑ ฉักกนิบาตเริ่มต้น: ปฏาจาราสอนภิกษุณี 500 รูปผู้สูญเสียบุตร พระปฏาจาราเถรีปลอบภิกษุณี 500 รูปที่โศกเศร้าเพราะสูญเสียบุตรทีละคน ด้วยคำสอนว่าไม่มีใครรู้ทางมาทางไปของสัตว์ที่เวียนว่ายในสังสารวัฏ การเกิดมาและจากไปเป็นธรรมดาที่ไม่ควรร่ำไห้ ภิกษุณีทั้งหมดฟังแล้วคลายโศกและประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
- หน้า ๒๑๒–๒๑๔ วาสิฏฐีเถรีคาถา: เสียสติจากความตายของบุตร เร่ร่อนเปลือยกายสามปี พระวาสิฏฐีเถรีสูญเสียบุตรจนคลุ้มคลั่งเปลือยกายสยายผมเร่ร่อนตามถนนและป่าช้าอดอยากนานสามปี จนพบพระพุทธเจ้าขณะเสด็จไปมิถิลานคร ทรงเห็นแล้วนางกลับได้สติทันทีด้วยพุทธานุภาพ ฟังธรรมแล้วบวชและบรรลุอรหัตด้วยการกำหนดรู้เหตุแห่งความโศกทั้งหมด
- หน้า ๒๑๕–๒๑๖ เขมาเถรีคาถา: บทสนทนากับมาร และอดีตชาติถวายผมสมัยพระปทุมุตตระ มารแปลงกายเป็นชายหนุ่มมาเกี้ยวพระนางเขมา แต่ท่านตอบว่าเบื่อหน่ายกายเปื่อยเน่าและถอนกามตัณหาได้แล้ว ไม่หลงงมงายบูชาไฟหรือดวงดาวเช่นคนเขลา อรรถกถาย้อนอดีตชาติสมัยพระปทุมุตตระที่นางเป็นทาสีสละผมถวายพระสุชาตเถระและตั้งความปรารถนาเป็นสาวิกาผู้มีปัญญามาก
- หน้า ๒๑๗–๒๑๘ อดีตชาติต่อเนื่องของพระนางเขมา สู่การเป็นมเหสีพระเจ้าพิมพิสาร เล่าอดีตชาติของพระนางเขมาผ่านสมัยพระวิปัสสี พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ และพระกัสสปพุทธเจ้าที่ทรงบำเพ็ญพรหมจรรย์และสร้างวิหารถวายสงฆ์ ก่อนเกิดเป็นพระนางเขมาแห่งแคว้นมัททะ ผู้มีผิวพรรณดั่งทอง ได้เป็นมเหสีพระเจ้าพิมพิสาร แต่หลงมัวเมาในรูปโฉมจนไม่ยอมเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
- หน้า ๒๑๙–๒๒๐ อุบายพระพุทธเจ้าเนรมิตหญิงงามให้แก่ชราตายต่อหน้าพระนางเขมา พระเจ้าพิมพิสารทรงใช้อุบายให้พระนางเขมาเสด็จชมพระเวฬุวัน พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตหญิงงามดุจเทพอัปสรถวายงานพัดแล้วให้แก่ชราตายไปต่อหน้าต่อตา พระนางสลดใจตระหนักว่าสรีระตนก็จะเป็นเช่นนั้น ทรงแสดงคาถาเรื่องผู้กำหนัดในราคะย่อมตกในกระแสตัณหาดุจแมลงมุมติดใยตนเอง นางบรรลุอรหัตหรือโสดาบันตามแหล่งอ้างอิงต่างกัน
- หน้า ๒๒๑–๒๒๓ อปทานพระเขมาเถรี: อดีตชาติละเอียดสมัยพระวิปัสสี โกนาคมนะ และกัสสปพุทธเจ้า คำประพันธ์ย้อนอดีตชาติของพระเขมาอย่างละเอียด ตั้งแต่เสวยสมบัติเทวดาและมนุษย์นับกัป เป็นนักบวชสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าหมื่นปี ถวายวิหารร่วมกับเพื่อนสมัยพระโกนาคมนะ และเป็นราชธิดาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ก่อนเกิดเป็นพระราชธิดาแคว้นมัททะที่ได้ชื่อว่าเขมาเพราะบุญนิรมิต
- หน้า ๒๒๔–๒๒๗ บทกวีพรรณนาความงามและความชราของหญิงสาว อุบายสอนพระนางเขมา คำประพันธ์พรรณนาความงามอย่างวิจิตรของหญิงเนรมิตที่ถวายงานพัดพระภิกษุหนุ่มในเวฬุวัน แล้วพลิกภาพให้ร่างนั้นแก่ชราลงทันใดต่อหน้าพระนางเขมา ผมหงอกฟันหักหนังเหี่ยวย่นทั่วกาย พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้พิจารณากายไม่สะอาดเน่าเปื่อยและคลายมานะ นางฟังมหานิทานสูตรจนบรรลุธรรมจักษุ
- หน้า ๒๒๘–๒๓๐ พระนางเขมาสำนึกผิด ขอบวช บรรลุอรหัตจากการเฝ้าดูตะเกียงดับ พระนางเขมาถวายบังคมขอขมาพระพุทธเจ้าที่หลงมัวเมาในรูปไม่เข้าเฝ้า พระเจ้าพิมพิสารทรงอนุญาตให้บวชตามคำขอ หลังบวชได้ 7 เดือน ขณะเฝ้าดูการเกิดดับของเปลวประทีปก็บรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา ได้รับแต่งตั้งเป็นเอตทัคคะด้านผู้มีปัญญามาก ปิดท้ายด้วยคำอธิบายศัพท์บาลี
- หน้า ๒๓๑–๒๓๔ สุชาตาเถรีคาถา: หญิงแต่งกายหรูสู่ตรัสรู้ฉับพลันที่อัญชนวัน พระสุชาตาเถรีเล่าว่าเดิมแต่งกายหรูหราไปเที่ยวอุทยานกับหมู่นางทาสี ระหว่างทางกลับได้แวะชมอัญชนวันวิหารในนครสาเกตและพบพระพุทธเจ้า ฟังธรรมแล้วบรรลุอรหัตทันทีขณะยังนั่งอยู่ในที่นั้น จึงลาสามีและบิดามารดาออกบวชตามพระบัญชา ต่อด้วยพระอโนปมาเถรีธิดาเศรษฐีผู้เป็นที่หมายปองของราชกุมารหลายพระองค์เริ่มเรื่องแต่ยังไม่จบ
- หน้า ๒๓๕–๒๓๗ พระอโนปมาเถรี ธิดาเศรษฐีผู้งดงามสละคู่ครองมากมายเพื่อบรรลุอนาคามิผล อโนปมา ธิดาเศรษฐีเมฆีแห่งสาเกต มีรูปสมบัติเลิศจนราชกุมารและบุตรเศรษฐีหลายรายส่งทูตขอแต่งงาน ยอมให้ทรัพย์ถึง 8 เท่าของค่าตัว แต่นางเลือกไปเฝ้าฟังธรรมพระพุทธเจ้าแทนการแต่งงาน บรรลุอนาคามิผลขณะนั่งฟังธรรมครั้งแรก จึงออกบวชและบรรลุพระอรหัตในวันที่ 7 หลังบรรพชา
- หน้า ๒๓๘–๒๔๔ พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี กล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าและเล่าบุพกรรมสมัยพระปทุมุตตระ พระมหาปชาบดีโคตมี พระมาตุจฉาของพระพุทธเจ้า กล่าวคาถาสรรเสริญพระคุณที่ทรงช่วยปลดเปลื้องทุกข์แก่พระนางและชนอื่น อรรถกถาย้อนเล่าบุพกรรมตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตระพุทธเจ้าที่ทรงปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายรัตตัญญู เคยเกิดเป็นหัวหน้าทาสี 500 คนสร้างกุฏิถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า 5 องค์ จนมาเกิดเป็นพระน้านางและผู้เลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงขอบวชจนได้ครุธรรม 8 ประการและบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๒๔๕–๒๕๑ พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีและภิกษุณี 500 รูปตัดสินใจขอปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้า พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีทรงพิจารณาเห็นอายุสังขารใกล้สิ้น จึงดำริจะทูลลาปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้าเพื่อไม่ต้องเห็นเหตุการณ์ปรินิพพานของพระองค์และพระอัครสาวก ภิกษุณีบริวาร 500 รูปต่างคิดเช่นเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหวและกลองทิพย์บันลือขึ้นเอง พระนางปลอบโยนอุบาสิกาที่โศกเศร้าอาลัยระหว่างทาง แล้วเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลลา
- หน้า ๒๕๒–๒๕๕ พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี กราบทูลขอขมาและอำลาพระพุทธเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย พระนางกราบทูลขอขมาโทษที่เคยทูลอ้อนวอนให้สตรีได้บวช พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีโทษใดต้องอด และทรงแสดงพระวรกายให้ทอดพระเนตรเป็นครั้งสุดท้ายตามคำขอ พระนางถวายบังคมกราบลาแล้วไปสั่งสอนพระราหุล พระอานนท์ และพระนันทะให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร ก่อนพระอานนท์จะร่ำไห้ด้วยความอาลัยอาวรณ์
- หน้า ๒๕๖–๒๕๙ พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีแสดงอิทธิฤทธิ์นานาประการตามพุทธานุญาตก่อนนิพพาน เพื่อขจัดความสงสัยของคนพาลเรื่องการบรรลุธรรมของสตรี พระพุทธเจ้าโปรดให้พระนางแสดงฤทธิ์ พระนางเหาะขึ้นฟ้าแสดงปาฏิหาริย์หลากหลาย เช่น เนรมิตกายเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ กำภูเขาสิเนรุไว้ในฝ่าพระหัตถ์ แล้วเล่าบุพกรรมสมัยพระปทุมุตตระพุทธเจ้าซ้ำอีกครั้งโดยละเอียด ถึงการทำมหาทาน 7 วันเพื่อปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะ
- หน้า ๒๖๐–๒๖๓ ภิกษุณี 500 รูปแสดงฤทธิ์ตามอย่างพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี แล้วเข้าฌานปรินิพพานพร้อมกัน ภิกษุณีบริวารทั้งหมดแสดงฤทธิ์ถวายพระพุทธเจ้าแล้วขออนุญาตนิพพานพร้อมพระนาง พระพุทธเจ้าประทานอนุญาตให้กำหนดเวลาเอง พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีเข้าฌานสมาบัติตั้งแต่ปฐมฌานถึงจตุตถฌานแล้วปรินิพพานดุจประทีปดับไร้เชื้อ เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าตก ฝนดอกไม้ตกจากฟากฟ้า เทวดาและพรหมต่างสลดใจคร่ำครวญ
- หน้า ๒๖๔–๒๖๗ การถวายพระเพลิงพระศพพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี และพระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องความไม่เที่ยง พระอานนท์ประกาศข่าวปรินิพพานให้ภิกษุทั่วทุกทิศทราบ เทวดาช่วยกันยกเรือนยอดทองคำ 500 หลังแห่พระศพภิกษุณีทั้งหมดไปถวายพระเพลิงอย่างสมเกียรติ พระพุทธเจ้าทรงรับพระธาตุจากพระอานนท์แล้วตรัสสอนว่าสังขารไม่เที่ยง แม้พระพุทธมารดาผู้เป็นบัณฑิตยังต้องดับไป จึงไม่ควรโศกเศร้า ให้ภิกษุทั้งหลายมีตนเป็นที่พึ่งและเจริญโพชฌงค์ 7 เพื่อทำที่สุดทุกข์
- หน้า ๒๖๘–๒๗๐ พระคุตตาเถรี ผู้จิตฟุ้งซ่านหลังบวช ได้รับโอวาทจากพระพุทธเจ้าโดยตรงจนบรรลุอรหัต คุตตา ธิดาพราหมณ์มหาศาลกรุงสาวัตถี บวชในสำนักพระมหาปชาบดีโคตมี แต่จิตยังฟุ้งซ่านไปในอารมณ์ภายนอกเพราะสั่งสมมานาน ทำสมาธิไม่สำเร็จ พระพุทธเจ้าทรงแผ่รัศมีปรากฏต่อหน้านางเสมือนประทับใกล้ๆ ประทานโอวาทให้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 และเบื้องสูงให้หมด นางฟังจบก็บรรลุพระอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา 4 ทันที
- หน้า ๒๗๑–๒๗๔ พระวิชยาเถรี สหายพระเขมาเถรี บรรลุอรหัตภายในคืนเดียวหลังฟังธรรม จบฉักกนิบาต วิชยา อดีตสหายคฤหัสถ์ของพระนางเขมา เมื่อทราบว่าพระมเหสีทรงผนวชก็เกิดแรงบันดาลใจบวชตาม แต่จิตยังไม่สงบ จึงเข้าไปถามธรรมจากพระเขมาเถรีเรื่องธาตุ อายตนะ อริยสัจ 4 อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ และมรรคมีองค์ 8 นางปฏิบัติตามคำสอนตลอดคืน บรรลุวิชชา 3 ครบถ้วนภายในราตรีเดียว ปิดท้ายฉักกนิบาต
- หน้า ๒๗๕–๒๗๗ พระอุตตราเถรี บรรลุอรหัตในราตรีเดียวหลังรับโอวาทจากพระปฏาจาราเถรี เริ่มสัตตกนิบาต อุตตราเข้าบวชในสำนักพระปฏาจาราเถรีผู้ให้โอวาทเปรียบกับมาณพตำข้าวเลี้ยงชีพว่าควรพากเพียรในคำสอนพระพุทธเจ้า นางฟังแล้วตั้งจิตพิจารณาสังขารตลอดคืน ระลึกชาติได้ในปฐมยาม ชำระทิพยจักษุในมัชฌิมยาม และบรรลุวิชชา 3 ครบในปัจฉิมยาม เปิดฉากสัตตกนิบาตของคัมภีร์เถรีคาถา
- หน้า ๒๗๘–๒๘๒ พระจาลาเถรี น้องสาวพระสารีบุตร เอาชนะมารผู้มาเยาะเย้ยเรื่องการบวช จาลา หนึ่งในสามน้องสาวของพระสารีบุตร (จาลา อุปจาลา สีสูปจาลา) บวชตามพี่ชายและบรรลุอรหัต ขณะนั่งพักในป่าอันธวัน มารแปลงคำถามเยาะเย้ยว่าทำไมโกนหัวบวชทั้งที่ไม่ชอบใจลัทธิใด นางตอบโต้ว่าลัทธิเดียรถีย์ภายนอกไม่รู้แจ้งธรรม มีแต่คำสอนของพระพุทธเจ้าที่แสดงอริยสัจ 4 เท่านั้นที่ทำให้บรรลุวิชชา 3 ได้ จนมารพ่ายแพ้กลับไป
- หน้า ๒๘๓–๒๘๗ พระอุปจาลาเถรี ปฏิเสธคำเชิญของมารให้ไปเกิดในสวรรค์ ชี้โทษของการเวียนเกิด มารพยายามชักจูงพระอุปจาลาเถรีให้ตั้งจิตปรารถนาไปเกิดในสวรรค์กามาวจรที่นางเคยอยู่มาก่อน โดยอ้างว่าผู้เกิดย่อมได้บริโภคกาม นางตอบว่าผู้เกิดย่อมต้องตาย ถูกทำร้ายและประสบทุกข์นานัปการ มีแต่ธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่พาล่วงพ้นชาติได้ อรรถกถาอธิบายรายละเอียดสวรรค์ 6 ชั้นและความหมายของสักกายทิฏฐิที่ทำให้เวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น
- หน้า ๒๘๘–๒๙๑ พระสีสูปจาลาเถรี น้องสาวคนสุดท้องของพระสารีบุตร ชนะมารผู้ชวนกลับสวรรค์ เปิดอัฏฐกนิบาต สีสูปจาลา น้องสาวคนเล็กของพระสารีบุตร บวชตามพี่ชายแล้วบรรลุอรหัต มารมาเชิญชวนให้ตั้งจิตปรารถนาไปเกิดในสวรรค์ 5 ชั้นที่เคยอยู่มาก่อน นางตอบว่าเทวดาทั้งหลายยังวนเวียนอยู่ในสักกายะไม่พ้นชาติมรณะ โลกทั้งปวงถูกไฟราคะแผดเผา มีแต่ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเท่านั้นที่ไม่หวั่นไหว เนื้อหาต่อเนื่องเปิดฉากอัฏฐกนิบาต
- หน้า ๒๙๒ อรรถกถาอัฏฐกนิบาต/สีสูปจาลาเถรีคาถา: ขยายความศัพท์เรื่องสักกายะและไฟกิเลส ๑๑ กอง อรรถกถาอธิบายที่มาของพระสีสูปจาลาเถรี ผู้บวชตามพระธรรมเสนาบดีจนบรรลุอรหัต และขยายความคำศัพท์ในคาถาโต้ตอบมาร เช่น ความหมายของเทวโลกแต่ละชั้น สักกายะคือเบญจขันธ์ที่สัตว์ยึดติดไปทุกภพ ไฟ ๑๑ กองที่เผาผลาญโลก และเหตุที่โลกุตรธรรม ๙ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนหรือทำให้หวั่นไหวได้
- หน้า ๒๙๓–๒๙๔ นวกนิบาต วัฑฒมาตาเถรีคาถา: มารดาสอนบุตรให้ละตัณหา จนบุตรบรรลุอรหัต พระวัฑฒมาตาเถรีตักเตือนบุตรชายคือพระวัฑฒเถระมิให้มีตัณหาในโลก ให้เจริญมรรคตามรอยพระอริยะเพื่อทำที่สุดทุกข์ พระวัฑฒเถระซาบซึ้งในโอวาทจนคิดว่ามารดาคงสิ้นตัณหาแล้ว พระเถรียืนยันว่าตนไม่มีตัณหาแม้เพียงปรมาณูเดียวในสังขารใดๆ และได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว บุตรจึงนำโอวาทไปปฏิบัติจนบรรลุอรหัตเช่นกัน
- หน้า ๒๙๕–๒๙๙ อรรถกถานวกนิบาต/วัฑฒมาตุเถรีคาถา: ประวัตินางวัฑฒมาตาและความหมายปฏักแห่งโอวาท อรรถกถาเล่าประวัติพระวัฑฒมาตาเถรีผู้มอบบุตรแก่ญาติแล้วออกบวชในสำนักภิกษุณี และขยายความคาถาที่นางตักเตือนบุตร อธิบายคำว่าเอชา มุนี และสังขารชั้นต่ำ-กลาง-สูง รวมถึงเหตุที่พระวัฑฒเถระเปรียบโอวาทมารดาดุจปฏักไล่ต้อนช้าง ทำให้เกิดความสลดใจจนบำเพ็ญเพียรบรรลุพระอรหัตในที่สุด
- หน้า ๓๐๐–๓๐๒ เอกาทสกนิบาต กีสาโคตมีเถรีคาถา: สรรเสริญกัลยาณมิตร พร้อมคำติเตียนความเป็นหญิงและเรื่องปฏาจารา พระกีสาโคตมีเถรีกล่าวคาถาสรรเสริญการคบกัลยาณมิตรว่าทำให้คนพาลกลายเป็นบัณฑิตและพ้นทุกข์ได้ พร้อมอ้างถึงคาถาของยักษิณีตนหนึ่งที่ติเตียนความเป็นหญิงว่าเป็นทุกข์ และคาถาที่พระปฏาจาราเถรีเล่าความทุกข์ของตนเมื่อสูญเสียบุตร สามี และครอบครัวทั้งหมด ก่อนจะบรรลุอมตธรรมในที่สุด
- หน้า ๓๐๓–๓๐๙ อรรถกถากีสาโคตมีเถรีคาถา: เรื่องเมล็ดผักกาดกับความตายของบุตร จนบรรลุโสดาบันและอรหัต อรรถกถาเล่าเรื่องมีชื่อเสียงของนางกีสาโคตมี ผู้บ้าคลั่งเพราะบุตรตาย อุ้มศพเที่ยวขอยาจนพระพุทธเจ้าทรงให้ไปหาเมล็ดผักกาดจากเรือนที่ไม่เคยมีคนตาย นางจึงตระหนักว่าความตายเป็นธรรมดาของโลก ได้ฟังพระคาถาเรื่องอนิจจตาและอมตบท จนบรรลุโสดาบันแล้วบวชบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านทรงจีวรปอน
- หน้า ๓๑๐–๓๑๔ อปทานพระกีสาโคตมีเถรี: บุพกรรมตั้งความปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะสมัยพระปทุมุตตระ ส่วนอปทานย้อนเล่าบุพชาติของพระกีสาโคตมีเถรี ตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้าที่นางตั้งความปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายทรงจีวรปอน ผ่านชาติที่เป็นหนึ่งในเจ็ดพระราชธิดาของพระเจ้ากิกิสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า จนถึงชาติสุดท้ายที่ประสบเหตุบุตรตายและได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าโคดมจนบรรลุอรหัต
- หน้า ๓๑๕–๓๑๖ ทวาทสกนิบาต อุบลวรรณาเถรีคาถา: สลดใจเรื่องมารดา-ธิดาร่วมสามี และแสดงฤทธิ์ขู่มาร พระอุบลวรรณาเถรีเล่าความสลดใจที่เคยเป็นหญิงร่วมสามีกับมารดาของตนเองในอดีตชาติ เห็นโทษของกามจึงออกบวชจนบรรลุอภิญญา ๖ เมื่อมารมาถามขู่ขณะนางนั่งอยู่โคนต้นไม้ตามลำพัง นางตอบว่าแม้นักเลงนับแสนก็ทำอะไรนางไม่ได้ เพราะนางชำนาญในฤทธิ์และจิต สามารถหายตัวหรือซ่อนในร่างกายมารได้
- หน้า ๓๑๗–๓๒๐ อรรถกถาอุบลวรรณาเถรีคาถา ตอนต้น: ปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะและกำเนิดจากดอกบัว อรรถกถาเล่าบุพกรรมของพระอุบลวรรณาเถรีตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตระที่ปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์ ผ่านชาติถวายข้าวตอกและดอกบัวแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าพร้อมอธิษฐานขอบุตร ๕๐๐ องค์ จนมาเกิดในดอกบัวใหญ่ให้ดาบสเก็บไปเลี้ยงดู มีดอกบัวผุดขึ้นทุกย่างก้าวและผิวพรรณงดงามเหนือมนุษย์ทั่วไป
- หน้า ๓๒๑–๓๒๔ เรื่องพระนางปทุมวดี: พรานป่าพบนาง อภิเษกเป็นมเหสี และถูกใส่ร้ายเรื่องประสูติพระโอรส ๕๐๐ องค์ พรานป่าพบนางปทุมวดีใกล้เขาแล้วนำความไปกราบทูลพระราชากรุงพาราณสี พระราชาจึงอภิเษกนางเป็นมเหสี เหล่านางสนมริษยาจึงยุยงว่านางเป็นยักษิณี เมื่อนางตั้งครรภ์และประสูติพระโอรส ๕๐๐ พระองค์ (ยกเว้นพระมหาปทุมกุมารที่อยู่ในครรภ์) สตรี ๕๐๐ คนจึงลอบเอาไปใส่กล่องตลับลอยน้ำ แล้วใส่ร้ายว่านางประสูติเป็นท่อนไม้จนถูกขับไล่
- หน้า ๓๒๕–๓๒๘ พระนางปทุมวดีได้พระโอรสคืน สตรี ๕๐๐ คนกลายเป็นทาสี และพระโอรสบรรลุปัจเจกโพธิญาณ กล่องตลับพระโอรส ๕๐๐ องค์ถูกช้อนขึ้นจากแม่น้ำ พระราชาทรงทราบความจริงจึงตามหาพระนางปทุมวดีจนพบและรับกลับ ทรงมอบสตรี ๕๐๐ คนที่คิดร้ายให้เป็นทาสี ซึ่งพระนางทรงปลดปล่อยให้เป็นไทและมอบพระโอรสให้เลี้ยงดู เมื่อพระโอรสทั้งหมดเจริญวัยเล่นน้ำในสระบัวและเห็นดอกบัวร่วงโรย ก็บังเกิดปัจเจกโพธิญาณเหาะไปเขาคันธมาทน์ พระนางเศร้าโศกจนสิ้นพระชนม์
- หน้า ๓๒๙–๓๓๕ ชาติต่อมาของอุบลวรรณา: ถวายข้าวยาคูแก่บุตรที่เป็นปัจเจกพุทธเจ้า จนเกิดเป็นอุบลวรรณาบวชบรรลุอรหัต หลังสิ้นชีวิตด้วยความเศร้าโศก นางเกิดใหม่และถวายข้าวยาคูแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ องค์ซึ่งคือบุตรเดิมของตน จนภพสุดท้ายเกิดเป็นธิดาเศรษฐีชื่ออุบลวรรณาที่กรุงสาวัตถี บิดาให้บวชเพื่อเลี่ยงการอภิเษกกับกษัตริย์หลายพระองค์ นางเพ่งเตโชกสิณจนบรรลุอรหัตพร้อมอภิญญา ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์ พร้อมอปทานย้อนบุพกรรมหลายภพ
- หน้า ๓๓๖ พระอุบลวรรณาเถรีทำยมกปาฏิหาริย์และได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปยังโคนต้นมะม่วงของนายคัณฑะเพื่อทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ พระอุบลวรรณาเถรีทูลขออนุญาตทำปาฏิหาริย์เพื่อทำลายความมัวเมาของเดียรถีย์ พระศาสดาจึงถือเหตุนี้ทรงสถาปนานางไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นเลิศของภิกษุณีผู้มีฤทธิ์ นางยับยั้งอยู่ด้วยสุขในฌานและผลสมาบัติต่อมา
- หน้า ๓๓๗–๓๓๘ อรรถกถาคาถามารดา-ธิดาร่วมสามี: เรื่องหญิงพลัดพรากที่ไม่รู้ว่าแต่งงานกับบุตรและน้องสาวตน อรรถกถาเล่าเรื่องหญิงคนหนึ่งถูกขับไล่ออกจากบ้านสามีเพราะครรภ์ที่แม่ผัวไม่เชื่อ คลอดบุตรระหว่างทางแต่ถูกนายกองเกวียนแอบนำไปเลี้ยง ภายหลังนางกลายเป็นภรรยาโจรมีบุตรสาวอีกคน สุดท้ายบุตรชายที่โตขึ้นไม่รู้จักมารดาจึงแต่งงานกับทั้งมารดาและน้องสาวของตนโดยไม่รู้ตัว จนมารดาสังเกตแผลที่ศีรษะบุตรสาวจึงรู้ความจริงและออกบวช
- หน้า ๓๓๙–๓๔๐ มารทดสอบพระอุบลวรรณาเถรีที่ป่าสาละ นางแสดงฤทธิ์หายตัวขู่มาร ขณะพระอุบลวรรณาเถรีนั่งพักเพียงลำพังใต้ต้นสาละที่ดอกบานสะพรั่ง มารเข้ามาขู่ถามว่าไม่กลัวพวกนักเลงเจ้าชู้หรือ พระเถรีตอบอย่างมั่นใจว่าแม้นักเลงนับแสนก็ทำอะไรนางไม่ได้ เพราะนางชำนาญในฤทธิ์และจิต สามารถหายตัวเข้าไปในท้องหรือซ่อนระหว่างคิ้วของมารได้ ความเพลิดเพลินในกามและอวิชชานางขจัดหมดสิ้นแล้ว
- หน้า ๓๔๑–๓๔๓ โสฬสกนิบาต ปุณณิกาเถรีคาถา: หญิงแบกน้ำโต้วาทะพราหมณ์เรื่องอาบน้ำล้างบาป พระปุณณิกาเถรีเล่าบทสนทนาที่ตนซึ่งเป็นทาสีแบกหม้อน้ำถามพราหมณ์ผู้ลงอาบน้ำแม้ในหน้าหนาวว่ากลัวอะไร พราหมณ์ตอบว่าอาบน้ำเพื่อล้างบาป นางจึงโต้แย้งว่าถ้าเป็นเช่นนั้นสัตว์น้ำและคนฆ่าสัตว์ก็คงขึ้นสวรรค์กันหมด แนะให้พราหมณ์ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะแทน จนพราหมณ์สลดใจและเปลี่ยนใจหันมานับถือธรรมที่แท้จริง
- หน้า ๓๔๔–๓๔๘ อรรถกถาโสฬสกนิบาต/ปุณณาเถรีคาถา: ประวัตินางปุณณาทาสีผู้โน้มน้าวพราหมณ์จนบวชสำเร็จอรหัต อรรถกถาเล่าว่าพระปุณณาเถรีเคยเป็นภิกษุณีผู้ทรงธรรมมาหลายพุทธกาลแต่ยังมีมานะจึงเกิดเป็นทาสีในเรือนอนาถบิณฑิกเศรษฐีในชาติสุดท้าย นางบรรลุโสดาบันจากการโต้วาทะกับพราหมณ์เรื่องการอาบน้ำล้างบาป เศรษฐีปลดนางเป็นไทให้บวชจนบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา ๔ พร้อมอปทานย้อนบุพกรรมและซ้ำบทสนทนากับพราหมณ์อีกครั้ง
- หน้า ๓๔๙–๓๕๓ พระปุณณาเถรี: ทาสีแบกน้ำหักล้างความเชื่อว่าอาบน้ำชำระบาปได้ จนพราหมณ์ยอมออกบวช นางปุณณา ทาสีแบกหม้อน้ำเรือนอนาถบิณฑิกเศรษฐี พบพราหมณ์โสตถิยะลงอาบน้ำหนาวเพื่อล้างบาปตามความเชื่อเก่า จึงโต้แย้งว่าหากอาบน้ำล้างบาปได้จริง กบ เต่า งู จระเข้ก็ต้องไปสวรรค์ แนะให้ถือไตรสรณคมน์และรักษาศีลแทน พราหมณ์เลื่อมใสออกบวชจนบรรลุอรหัตตผล อรรถกถาเล่าปูมบุญบารมีของนางแต่ครั้งพระพุทธเจ้าในอดีตหลายพระองค์ และไขความหมายศัพท์บาลีในคาถาโดยละเอียด
- หน้า ๓๕๔–๓๕๗ อัมพปาลีเถรีคาถา: บทครวญเปรียบเทียบร่างกายสาวสวยในอดีตกับความชราในปัจจุบัน พระอัมพปาลีเถรีพรรณนาความงามในวัยสาวของตนทีละส่วน ผม มวยผม คิ้ว ดวงตา จมูก ใบหู ฟัน คอ แขน มือ ถัน กาย ขา แข้ง เท้า แล้วเปรียบเทียบกับสภาพที่ทรุดโทรมเพราะชราในปัจจุบัน ทุกบทลงท้ายย้ำว่าพระดำรัสของพระพุทธเจ้าเรื่องความไม่เที่ยงเป็นความจริงแท้ไม่แปรผัน สะท้อนการเจริญวิปัสสนาผ่านร่างกายตนเอง
- หน้า ๓๕๘–๓๖๙ อรรถกถาอัมพปาลีเถรี: จากเด็กหญิงใต้ต้นมะม่วงสู่นครโสเภณีเมืองเวสาลี ก่อนออกบวชสำเร็จอรหัต เล่าปูมหลังพระอัมพปาลี เกิดเป็นโอปปาติกะที่โคนต้นมะม่วงในพระราชอุทยานเวสาลี เจ้าชายหลายพระองค์แย่งชิงจนต้องตั้งเป็นคณิกาประจำเมืองเพื่อระงับวิวาท นางสร้างวิหารถวายพระพุทธเจ้า ภายหลังฟังธรรมจากบุตรชายผู้เป็นพระเถระจึงบวชและบรรลุอรหัต อรรถกถายังอ้างอปทานเล่าบุพกรรมที่ด่าว่าภิกษุณีทำให้ต้องเกิดเป็นหญิงแพศยาถึงหกหมื่นปี และไขความหมายคำศัพท์ในคาถาบรรยายร่างกาย
- หน้า ๓๗๐–๓๗๒ โรหิณีเถรีคาถา: บทสนทนากับบิดาผู้สงสัยว่าเหตุใดพระสมณะจึงเป็นที่รักของธิดา บิดาของนางโรหิณีตำหนิว่าพวกสมณะเกียจคร้าน ไม่ทำงาน อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ นางจึงตอบโต้ทีละข้อด้วยการยกคุณธรรมของสมณะ เช่น ปัญญา ศีล ความเพียร กายวจีมโนกรรมบริสุทธิ์ เป็นพหูสูตทรงธรรม อยู่ป่า ไม่สะสมทรัพย์ ไม่รับเงินทอง จนบิดาเลื่อมใสถือไตรสรณคมน์และสมาทานศีลตามคำแนะนำของธิดา
- หน้า ๓๗๓–๓๘๑ อรรถกถาโรหิณีเถรี: ปูมหลังธิดาพราหมณ์แห่งเวสาลี และคำอธิบายศัพท์คุณธรรมสมณะทีละข้อ เล่าว่านางโรหิณีเคยถวายขนมแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสีเมื่อ ๙๑ กัปก่อน จึงได้เสวยสมบัติเทวดาและมนุษย์มากมาย ก่อนเกิดเป็นธิดาพราหมณ์มั่งคั่งในเวสาลี ฟังธรรมจนเป็นโสดาบันแล้วชักชวนบิดาเข้าสรณะ อรรถกถาไขความหมายคาถาแต่ละบทที่นางยกคุณของสมณะ ทั้งเรื่องความไม่เกียจคร้าน ความสะอาดกายวาจาใจ การไม่สะสมทรัพย์ และการไม่รับเงินทอง
- หน้า ๓๘๒–๓๘๕ จาปาเถรีคาถา: บทสนทนาระหว่างจาปากับอุปกะ นักบวชผู้หลงรักจนสึกไปเป็นพรานล่าเนื้อ อุปกะปริพาชกซึ่งเคยพบพระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้แต่ไม่เข้าใจ ไปหลงรักนางจาปาลูกสาวหัวหน้าพราน จนละเพศบรรพชิตแต่งงานมีบุตร เมื่อถูกจาปาแต่งเพลงกล่อมลูกเยาะเย้ยจึงตัดใจออกเดินทางไปหาพระพุทธเจ้าอีกครั้ง แม้จาปาจะพยายามรั้งด้วยคำหวานและอ้างบุตรก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดอุปกะได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าและบวชอุทิศกุศลแก่จาปา
- หน้า ๓๘๖–๓๙๗ อรรถกถาจาปาเถรี: อุปกาชีวกจากผู้พบพระพุทธเจ้าแรกตรัสรู้สู่พรานล่าเนื้อ แล้วบวชสำเร็จอนาคามีในพรหมโลก เล่าว่าอุปกะเป็นอาชีวกคนแรกที่พบพระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ระหว่างเสด็จไปแสดงธรรมจักร แต่ไม่เชื่อจึงพลาดฟังธรรม ภายหลังไปอาศัยหมู่บ้านพราน หลงรักจาปาจนสึกแต่งงานมีบุตรชื่อสุภัททะ เมื่อถูกจาปาเยาะเย้ยด้วยเพลงกล่อมลูกจึงออกเดินทางตามหาพระพุทธเจ้าที่สาวัตถี บวชแล้วบรรลุอนาคามีผล ไปเกิดในพรหมโลกชั้นอวิหาและบรรลุอรหัตที่นั่นพร้อมภิกษุอีก ๖ รูป ส่วนจาปาก็ตามไปบวชจนสำเร็จอรหัตเช่นกัน
- หน้า ๓๙๘–๔๐๕ สุนทรีเถรีคาถา: พราหมณ์สุชาตะเศร้าโศกถึงบุตรตาย ฟังธรรมจากพระวาสิฏฐีเถรีจนออกบวชทั้งครอบครัว พราหมณ์สุชาตะเสียบุตรจึงเศร้าโศกยิ่ง ได้พบพระวาสิฏฐีเถรีผู้เคยสูญเสียบุตรนับร้อยแต่ไม่ทุกข์เพราะรู้ธรรม จึงตามไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่มิถิลาและบวชสำเร็จวิชชา ๓ ภายในสามคืน ข่าวนี้ทำให้ภรรยาและธิดาชื่อสุนทรีเลื่อมใสออกบวชตามกันทั้งครอบครัว สุนทรีบรรลุอรหัตและเดินทางไปประกาศตนต่อพระพักตร์พระศาสดาที่สาวัตถี อรรถกถาเล่าบุพกรรมถวายข้าวทัพพีเดียวแด่พระเวสสภูพุทธเจ้าเมื่อ ๓๑ กัปก่อน
- หน้า ๔๐๖–๔๑๔ อรรถกถาสุนทรีเถรีคาถา: บุพกรรมสมัยพระเวสสภูพุทธเจ้าและคำอธิบายศัพท์บาลีในคาถาสุนทรีเถรี อธิบายว่าพระสุนทรีเถรีในอดีตชาติสมัยพระเวสสภูพุทธเจ้าเคยถวายข้าวหนึ่งทัพพีด้วยจิตเลื่อมใส จึงได้เสวยสมบัติเทวดาและมนุษย์นับหลายชาติก่อนมาเกิดเป็นธิดาช่างทองในกรุงพาราณสี บวชเพราะเศร้าโศกถึงน้องชายที่ตาย จากนั้นไขความหมายศัพท์บาลีในคาถาทีละบทอย่างละเอียด เช่น เหตุที่กล่าวเป็นพหุวจนะ ความหมายของคำว่าเปตานิ และเหตุที่เรียกพระพุทธเจ้าว่ามีพระฉวีวรรณดั่งทอง
- หน้า ๔๑๕–๔๑๘ สุภากัมมารธิดาเถรีคาถา: คำสอนว่าด้วยโทษของเงินทองและกามคุณ เหตุผลที่ละทิ้งสมบัติออกบวช พระสุภากัมมารธิดาเถรีแสดงธรรมแก่หมู่ญาติที่พยายามชักจูงให้กลับไปครองเรือน โดยชี้โทษของเงินทองว่าก่อความโลภ ความมัวเมา ความวิวาทบาดหมาง การถูกฆ่าและจองจำ ไม่ใช่อริยทรัพย์และไม่ช่วยให้อาสวะสิ้นไป ทั้งชี้ว่ากามเป็นดั่งศัตรู ลูกศร และหัวงูพิษ นางเดินตามอริยมรรคมีองค์ 8 จนพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่าเป็นผู้เข้าถึงธรรมไม่หวั่นไหว และท้าวสักกะเสด็จมานมัสการ
- หน้า ๔๑๙–๔๓๒ อรรถกถาสุภากัมมารธีตุเถรีคาถา: ประวัติธิดาช่างทองผู้บรรลุโสดาบันทันทีที่ฟังธรรม และคำอธิบายศัพท์เรื่องโทษของกาม จบวีสตินิบาต เล่าบุพกรรมของพระสุภากัมมารธีตุเถรีธิดาช่างทองในกรุงราชคฤห์ ผู้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าครั้งแรกก็บรรลุโสดาปัตติผลทันที ต่อมาบวชกับพระนางปชาบดีโคตมีและบรรลุอรหัตเมื่อญาติพยายามล่อด้วยทรัพย์สมบัติ จากนั้นไขความหมายศัพท์บาลีในคาถาว่าด้วยโทษของกามอย่างละเอียด เช่น ความหมายของอมิตร เครื่องผูก และทางแห่งความลุ่มหลง ปิดท้ายด้วยการจบวีสตินิบาตแห่งเถรีคาถา
- หน้า ๔๓๓–๔๓๘ เถรีคาถาติงสนิบาต - สุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถา: พระสุภาเถรีโต้ตอบธรรมกับชายนักเลงหญิง จนควักดวงตามอบให้เพื่อตัดกิเลสของเขา เปิดติงสนิบาตด้วยเรื่องพระสุภาเถรีธิดาช่างทองผู้บรรลุอนาคามิผล ขณะเดินไปพักที่ชีวกัมพวันวิหาร ถูกชายนักเลงหญิงยืนขวางทางเกี้ยวพาราสีด้วยคำหวานชวนสึกไปครองเรือน นางโต้ตอบด้วยธรรมะชี้ว่าราคะถูกถอนรากแล้วด้วยอริยมรรค เมื่อชายผู้นั้นยังติดใจในดวงตาของนาง นางจึงควักดวงตาส่งมอบให้ทันที ทำให้เขาสะดุ้งกลัวสิ้นราคะและขอขมา
- หน้า ๔๓๙–๔๕๘ อรรถกถาสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถา: ประวัตินางบรรลุอนาคามิผล อุปมาร่างกายไร้สาระ และการควักดวงตาจนดวงตากลับเป็นปกติ จบติงสนิบาต ไขความหมายศัพท์บาลีในคาถาสุภาชีวกัมพวนิกาเถรีทีละบท พร้อมเล่าประวัติว่านางเป็นธิดาพราหมณ์มหาศาลในกรุงราชคฤห์ บวชกับพระนางปชาบดีโคตมีและบรรลุอนาคามิผลภายในไม่กี่วัน อธิบายอุปมาร่างกายเหมือนหุ่นเชิดและรูปจิตรกรรมที่ไร้สาระแท้จริง หลังควักดวงตาให้ชายนักเลงหญิงแล้วไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ดวงตาก็กลับเป็นปกติดังเดิม ปิดท้ายด้วยการจบอรรถกถาติงสนิบาต
- หน้า ๔๕๙–๔๖๒ เถรีคาถาจัตตาฬิสนิบาต - อิสิทาสีเถรีคาถา (ตอนต้น): ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวถึงสามครั้งก่อนตัดสินใจบวช เปิดจัตตาฬิสนิบาตด้วยเรื่องพระอิสิทาสีเถรีแห่งกรุงปาฏลีบุตร ผู้ถูกพระโพธิเถรีถามว่าเหตุใดจึงบวชทั้งที่ยังสาวสวย อิสิทาสีเล่าว่าเป็นธิดาเศรษฐีเมืองอุชเชนี แต่งงานกับเศรษฐีเมืองสาเกต ปรนนิบัติสามีอย่างสุดกำลังราวหญิงรับใช้ กลับถูกสามีเกลียดชังไล่กลับบ้าน บิดายกให้สามีคนที่สองก็ถูกไล่อีกภายในเดือนเดียว แม้แต่ขอทานที่บิดายกให้ก็ยังปฏิเสธไม่ยอมอยู่ด้วย จนนางคิดจะบวชหรือตาย เนื้อหายังไม่จบในช่วงหน้านี้
- หน้า ๔๖๓–๔๖๕ อิสิทาสีเถรีคาถา (คาถาหลัก): ชีวิตในเรือน 3 สามีที่ปฏิเสธนางแม้ปรนนิบัติดีพร้อม บวชกับพระชินทัตตาเถรี บรรลุวิชชา 3 และเล่าบุพกรรม 7 ชาติ พระอิสิทาสีเล่าว่าเป็นธิดาเศรษฐีเมืองอุชเชนี ถูกยกให้สามีคนแรกซึ่งปรนนิบัติอย่างดีที่สุดแต่กลับถูกเกลียดและไล่กลับ สามีคนที่สองก็ไล่ในเดือนเดียว แม้แต่ขอทานที่บิดาชุบเลี้ยงให้เป็นเขยก็ยังหนีไป นางจึงบวชกับพระชินทัตตาเถรี บวชได้ 7 วันก็บรรลุวิชชา 3 แล้วระลึกชาติได้ 7 ชาติเล่าว่าเคยเป็นช่างทองที่คบชู้ภรรยาผู้อื่น ตกนรก แล้วเวียนเกิดเป็นลิง แพะ โคถูกตอน คนกะเทยในเรือนทาสี และธิดาช่างทำเกวียนที่ยากจน ล้วนเป็นผลกรรมเดียวกัน จบด้วยจบอิสิทาสีเถรีคาถา จบจัตตาฬีสนิบาต
- หน้า ๔๖๖–๔๘๑ อรรถกถาอิสิทาสีเถรีคาถา: เล่าปูมหลังบุพกรรม (คบชู้ภรรยาผู้อื่น) ซ้ำคาถาเต็มบทพร้อมไขศัพท์บาลีทีละคำ ส่วนอรรถกถาขยายความชาติภูมิของพระอิสิทาสีว่าเคยบำเพ็ญบารมีมาเป็นชาย ในภพที่ 7 ก่อนชาติสุดท้ายทำปรทาริกกรรม (คบชู้ภรรยาผู้อื่น) จึงตกนรกและเวียนเกิดในกำเนิดต่ำหลายชาติ จนมาเกิดเป็นอิสิทาสีธิดาเศรษฐี ถูกสามีสามคนทอดทิ้งเพราะวิบากเก่า จึงบวชและบรรลุอรหัต อรรถกถายกคาถาเต็มบทซ้ำแล้วไขความหมายศัพท์บาลีสำคัญทีละคำ เช่น ปาสาทิกา ทหริกา วรกา ปิดท้ายด้วยจบอรรถกถาอิสิทาสีเถรีคาถาและจบอรรถกถาจัตตาฬีสนิบาต
- หน้า ๔๘๒–๔๘๔ เถรีคาถา มหานิบาต: สุเมธาเถรีคาถา — สุเมธาราชธิดากรุงมันตาวดี ทูลขอบวชและแสดงโทษของกามและภพต่อพระชนกชนนี เปิดนิบาตสุดท้าย (มหานิบาต) ด้วยอุทานคาถาของพระสุเมธาเถรี ธิดาพระอัครมเหสีพระเจ้าโกญจะแห่งกรุงมันตาวดี ผู้มีศีลและเป็นพหูสูต นางเข้าเฝ้าพระชนกชนนีทูลว่ายินดีในพระนิพพาน เห็นภพแม้เป็นทิพย์ก็ไม่ยั่งยืน กามทั้งหลายว่างเปล่าเผ็ดร้อนดุจงูพิษ ผู้ไม่รู้อริยสัจย่อมท่องเที่ยวในอบาย จึงทูลขออนุญาตบวชเพื่อดับภวตัณหาก่อนที่ขณะอันประเสริฐจะผ่านไป
- หน้า ๔๘๕–๔๙๓ สุเมธาเถรีปฏิเสธอภิเษกกับพระเจ้าอนิกรัตตะ เจริญอสุภสัญญาตัดผมเข้าฌาน บวชสำเร็จบรรลุอรหัตต์พร้อมอภิญญา 6 และเล่าบุพกรรมวิหารทานสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า พระชนกชนนีทรงเกลี้ยกล่อมให้อภิเษกกับพระเจ้าอนิกรัตตะแต่สุเมธาเถรีทูลแสดงอสุภะของร่างกาย เปรียบกามด้วยดาบ งูพิษ คบเพลิง หลุมถ่านเพลิง และเตือนให้ระลึกสังสารวัฏด้วยอุปมาน้ำตา 4 มหาสมุทร กองกระดูกเท่าภูเขาวิปุลบรรพต และเต่าตาบอด เมื่อพระเจ้าอนิกรัตตะเสด็จมาถึง นางตัดผมด้วยพระขรรค์เข้าปฐมฌานทันที พระราชาทรงยอมให้ผนวช นางบรรลุอรหัตต์พร้อมปฏิสัมภิทาและอภิญญา 6 แล้วพยากรณ์บุพกรรมว่าเคยร่วมสร้างวิหารทานกับสหาย 2 คนสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้า จบด้วยจบสุเมธาเถรีคาถา จบมหานิบาต
- หน้า ๔๙๔–๕๐๙ อรรถกถาสุเมธาเถรีคาถา: เล่าบุพกรรมโดยละเอียด (ทำบุญกับพระกัสสปพุทธเจ้า เวียนเกิดเป็นเทวดาซ้ำ ๆ) พร้อมคาถาเต็มบทซ้ำ อรรถกถาเล่าว่าพระสุเมธาเถรีบำเพ็ญบารมีมานาน สมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้าร่วมสร้างอารามถวายสงฆ์กับสหาย เกิดในสวรรค์ทุกชั้นซ้ำหลายรอบ สมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเป็นธิดาเศรษฐี ชาตินี้เกิดเป็นราชธิดากรุงมันตาวดี ตั้งแต่เด็กฟังธรรมจากภิกษุณีจนเบื่อหน่ายกาม เมื่อโตขึ้นบิดามารดาจะยกให้พระเจ้าอนิกรัตตะ นางจึงตัดผมเองเข้าฌานจนบิดามารดายอมให้บวช บรรลุอรหัตต์ในเวลาไม่นาน อรรถกถายกคาถาบาลีเต็มบทซ้ำจากอปทานเพื่อยืนยันเรื่องราว
- หน้า ๕๑๐–๕๓๐ ไขศัพท์บาลีในคาถาสุเมธาเถรีอย่างละเอียด: อุปมากามด้วยดาบ งูพิษ คบเพลิง และอุปมาสังสารวัฏด้วยน้ำตา 4 มหาสมุทร กองกระดูกเท่าภูเขาวิปุล เต่าตาบอด ส่วนนี้เป็นการไขความหมายคำศัพท์บาลีในคาถาสุเมธาเถรีทีละบทอย่างละเอียด อธิบายอุปมาโทษของกามหลายชุด (ดาบ หลาว หัวงูเห่า คบเพลิง ก้อนเหล็กร้อน หลุมถ่านเพลิง) และอุปมาความยาวนานของสังสารวัฏ เช่น น้ำตาน้ำนมน้ำเลือดรวมกันมากกว่า 4 มหาสมุทร กองกระดูกในหนึ่งกัปเท่าภูเขาวิปุลบรรพต แผ่นดินปั้นเป็นก้อนเท่าเมล็ดพุทราก็ไม่พอนับจำนวนมารดาในอดีตชาติ และอุปมาเต่าตาบอดโผล่หัวเข้าแอกในมหาสมุทรแทนความยากของการได้อัตภาพมนุษย์ ปิดท้ายด้วยการยกพระนิพพานเป็นบทอันไม่แก่ไม่ตายไม่มีภัย
- หน้า ๕๓๑–๕๓๗ วิเคราะห์ประเภทพระเถรีทั้งหมด (อัครสาวิกา มหาสาวิกา ปกติสาวิกา ฯลฯ) เหตุที่ภิกษุณีไม่มีเอหิภิกขุนีอุปสัมปทา สรุปเถรีคาถา 494 คาถา 71 รูป จบบริบูรณ์ หลังจบคำอธิบายคาถาสุเมธาเถรี อรรถกถาสรุปวิเคราะห์พระเถรีทั้ง 71 รูปในคัมภีร์นี้ว่าจำแนกได้หลายแบบ เช่น 2 ประเภท (สาวิกาต่อหน้า/ลับหลัง, มีอปทาน/ไม่มีอปทาน), 3 ประเภท (อัครสาวิกา มหาสาวิกา ปกติสาวิกา) ไปจนถึง 10 ประเภทตามวิมุตติ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าเหตุใดภิกษุณีจึงไม่มีธรรมเนียม เอหิภิกขุนี เหมือนภิกษุ เพราะไม่เคยสร้างสมบารมีแบบนั้นมา ปิดท้ายด้วยจบอรรถกถาสุเมธาเถรีคาถา จบอรรถกถามหานิบาต และสรุปว่าเถรีคาถารวมทั้งสิ้น 494 คาถา พระเถรี 71 รูป ล้วนเป็นผู้สิ้นอาสวะ — เถรีคาถาจบบริบูรณ์
- หน้า ๕๓๘–๕๓๙ นิคมคาถา (คาถาท้ายอรรถกถาเถรีคาถา) โดยพระธรรมปาลเถระ วัดพทรติตถะ: ที่มาการรจนาคัมภีร์ปรมัตถทีปนี บาลี 92 ภาณวาร อุทิศบุญ — ปิดท้ายอรรถกถาเถรีคาถาโดยบริบูรณ์ และปิดท้ายเล่ม 54 ปิดท้ายด้วยนิคมคาถาของผู้แต่งอรรถกถา กล่าวถึงพระเถระและพระเถรีที่กล่าวคาถาพยากรณ์อรหัตผล ซึ่งพระสังคีติกาจารย์ 500 องค์รวบรวมยกขึ้นสังคายนาเป็นเถรคาถาเถรีคาถา ผู้แต่ง (พระธรรมปาลเถระ วัดพทรติตถะ) เล่าว่าแต่งอรรถสังวรรณนาปรมัตถทีปนีนี้จบลงโดยบาลีประมาณ 92 ภาณวาร แล้วอุทิศบุญขอให้สรรพสัตว์เข้าถึงศาสนา ขอศาสนาดำรงยั่งยืน ฝนตกต้องฤดูกาล พระราชาปกครองโดยธรรม ปิดท้ายด้วย "อรรถกถาเถรีคาถา จบบริบูรณ์" ปิดคัมภีร์ทั้งหมดของเถรีคาถา เป็นหน้าสุดท้ายจริงของเล่ม 54 (หน้า 539) สมบูรณ์ ไม่มีเนื้อหาขาดตอน
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐