ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๕๒๐ · ข้อ 474
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า กึ มม ปโร กริสฺสติ ความว่า เมื่อศีรษะคือกลางกระ- หม่อมของตัวเอง ถูกไฟ ๑๑ กองเผาอยู่ ผู้อื่นใครเล่าจักทำประโยชน์อะไรแก่ หม่อมฉันได้ด้วยเหตุนั้น พระสุเมธาเถรีจึงกล่าวว่า เมื่อชราและมรณะติดตาม อยู่ บุคคลควรพากเพียรพยายามกำจัดคือเพิกถอนชราและมรณะนั้น ซึ่งเป็น ประดุจไฟเผาบนศีรษะเสีย.

บทว่า ทีโฆ พาลานํ สํสาโร ความว่า สงสารกล่าวคือความเป็น ไปตามลำดับของขันธ์อายตนะเป็นต้นที่เป็นตัววัฏฏะ คือกิเลสกรรมและวิบาก ยืด ยาว แม้แต่พระพุทธญาณก็กำหนดไม่ได้ สำหรับเหล่าคนเขลาเหมือนคนตา บอด ผู้ไม่กำหนดรู้วัตถุ [คืออวิชชา ๘ ประการ] จริงอยู่ เงื่อนต้นของการ ผูกติดไว้กับภพย่อมไม่ปรากฏ เพราะกำหนดอวิชชาตัณหาไม่ได้ เหตุตัดยัง ไม่ขาดอย่างใด แม้เงื่อนปลายก็ไม่ปรากฏอย่างนั้น. บทว่า ปุนปฺปุนํ จ โรทตํ ความว่า ผู้ร้องไห้ร้องแล้วร้องอีกโดยความโศกเศร้า. พระนางสุเมธาทรงชี้แจง ความที่อวิชชาตัณหายังตัดไม่ขาด ด้วยบทนี้.

บทว่า อสฺสุ ถญฺํ รุธิรํ ความว่า น้ำตาอันใดของเหล่าสัตว์ที่ ความพินาศของญาติเป็นต้นกระทบแล้วร้องไห้อยู่ น้ำนมอันใด ที่เหล่าสัตว์ ดื่มจากนมของมารดาเวลาเป็นทารก และน้ำเลือดอันใดของเหล่าสัตว์ ที่ถูก ปัจจามิตรทำร้าย, ขอพระองค์โปรดระลึกถึงสงสารเพราะมีเงื่อนต้นเงื่อนปลาย ตามไปไม่รู้แล้ว คือการเวียนว่ายเที่ยวไปเที่ยวมาของเหล่าสัตว์ผู้ท่องเที่ยวไป โดยกาลอันยืดยาวนานนี้ เพราะสงสารมีเงื่อนต้นเงื่อนปลายตามไปไม่รู้แล้ว คือ เพราะสงสารมีเงื่อนงำที่ตามไปก็รู้ไม่ได้ ก็รู้แจ้งไม่ได้ด้วยญาณ โปรดทรงระลึก ถึงน้ำตา น้ำนมและน้ำเลือดอันนั้นว่ามีมากเท่าไร โปรดระลึกนึกถึง อธิบาย ว่า ทบทวนถึงการสั่งสมแห่งกระดูกทั้งหลาย.