ขนมต้ม ๓ ชิ้นแล้วได้บรรลุอจลบท ข้าพเจ้าเผากิเลส
แล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้า
แล้ว.
ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ เป็นอุทานว่า
โพฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้เป็นบรรดาแห่งการ
บรรลุพระนิพพาน ข้าพเจ้าเจริญแล้วทั้งหมด ตามที่
พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ข้าพเจ้าได้สุญญตสมาบัติ
และอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา ข้าพเจ้าเป็นธิดา
เกิดแต่พระอุระของพระพุทธเจ้า ยินดียิ่งแล้วในพระ-
นิพพานทุกเมื่อ กามทั้งปวงทั้งเป็นของทิพย์และของ
มนุษย์ ข้าพเจ้าตัดขาดแล้ว ชาติสงสารขาดสิ้นแล้ว
บัดนี้ภพใหม่มิได้มี.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุญฺตสฺสานิมิตฺตสฺส ลาภินีหํ ยทิจฺฉกํ ความว่า ข้าพเจ้าได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติ ดังที่ปรารถนา อธิบายในข้อนั้นว่า ข้าพเจ้าปรารถนาจะเข้าสมาบัติใด ๆ ในที่ใด ๆ ข้าพเจ้า ย่อมเข้าสมาบัตินั้น ๆ ในที่นั้น ๆ ในกาลนั้น ๆ อยู่ แม้ถึงจะเกิดผลทั้งสามมี สุญญตะเป็นต้นของมรรคใดมรรคหนึ่งที่มีชื่อว่าสุญญตะและอัปปณิหิตะเป็นต้น ก็จริง ถึงอย่างนั้น พระเถรีองค์นี้ก็เข้าสุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติเท่านั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สุญฺตสฺสานิมิตฺตสฺส ลาภินีหํ ยทิจฺฉกํ