มฤตยู ย่อมพานรชน ผู้มัวเมาในบุตรและสัตว์
เลี้ยง มีใจฟุ้งซ่านไป เหมือนกระแสน้ำหลากขนาด
ใหญ่ พัดพาชาวบ้านที่มัวหลับใหลไปฉะนั้น.
จบคาถา นางก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ตามอาการที่ยืนอยู่ ทูลขอ บรรพชากะพระศาสดา พระศาสดาทรงอนุญาตให้บรรพชาในสำนักของภิกษุณี นางถวายบังคมพระศาสดา ทำประทักษิณเวียนขวา ๓ รอบ แล้วไปสำนัก ภิกษุณี บรรพชาอุปสมบทแล้ว ไม่นานนัก ทำโยนิโสมนสิการเจริญวิปัสสนา ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสพระคาถาประกอบด้วยโอภาสแก่นางดังนี้ว่า
ผู้เห็นอมตบท มีชีวิตอยู่วันเดียว ยังประเสริฐ
ว่าผู้ไม่เห็นอมตบท มีชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี.
จบพระคาถา นางก็บรรลุพระอรหัต ในการใช้สอยบริขาร ก็อุกฤษฏ์อย่างยิ่ง ครองแต่จีวรที่ประกอบด้วยความปอน ๓ อย่าง. ครั้งนั้น พระศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหาร กำลังทรงสถาปนาพระภิกษุณีทั้ง หลายไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะตามลำดับก็ทรงสถาปนาพระเถรีไว้ในตำแหน่ง
เอตทัคคะเป็นเลิศของเหล่าภิกษุณีผู้ทรงจีวรปอน. พระเถรีนั้นพิจารณาการ
ปฏิบัติของตน คิดว่า เราอาศัยพระศาสดาจึงให้คุณวิเศษนี้ ได้กล่าวคาถา เหล่านั้นโดยมุข คือการสรรเสริญกัลยาณมิตรว่า
เฉพาะโลก พระมุนีทรงสรรเสริญความเป็นผู้มี
กัลยาณมิตร คนเมื่อคบกัลยาณมิตร แม้เป็นพาลก็พึง
เป็นบัณฑิตได้บ้าง.
ควรคบแต่สัตบุรุษคนดี คนคบสัตบุรุษ ปัญญา
ย่อมเจริญได้เหมือนกัน คนคบสัตบุรุษจะพึงพ้นจาก