เป็นต้น. อุโปสถํ อุปาคจฺฉึ แปลว่า เข้าไปอยู่จำ ความว่า อยู่จำ. ที่
ท่านกล่าวหมายถึงว่า
ไม่พึงฆ่าสัตว์ ไม่พึงถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้
ให้ ไม่พึงกล่าวเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา พึงงดเว้นเมถุน
ซึ่งมิใช่พรหมจรรย์ ไม่พึงบริโภควิกาลโภชน์ในราตรี
ไม่พึงทัดทรงดอกไม้และใช้ของหอม พึงนอนบนเตียง
บนแผ่นดิน หรือบนสันถัตเครื่องปูลาด บัณฑิตทั้ง
หลายกล่าวอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ ที่
พระพุทธเจ้าทรงประกาศเพื่อคุณคือความสิ้นทุกข์๑.
บทว่า เทวกายาภินนฺทินี ประกอบความว่า ข้าพเจ้าปรารถนา อย่างยิ่งซึ่งเทพนิกายมีชั้นจาตุมหาราชเป็นต้น จึงเข้าจำอุโบสถ เพราะหวังเกิด
ในเทพนิกายนั้น. บทว่า สาชฺช เอเกน ภตฺเตน ความว่า ข้าพเจ้านั้น
วันนี้ คือในวันนี้แหละ มีเวลาบริโภคภัตตาหารหนเดียว. บทว่า มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา ความว่า โกนผมและคลุมร่างกายด้วยผ้าสังฆาฏิบวชแล้ว. บทว่า เทวกายํ น ปตฺเถหํ ความว่า ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาเทพนิกายอะไร ๆ
เพราะแม้มรรคอันเลิศข้าพเจ้าก็บรรลุแล้ว. เพราะเหตุนั้นแหละจึงกล่าวว่า
วิเนยฺย หทเย ทรํ ความว่า กำจัดความกระวนกระวายคือกิเลสที่อยู่ในจิต ด้วยการถอนขึ้น ก็คำนี้แหละเป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถรีนั้น.
จบอรรถกถามิตตาเถรีคาถา
๑. อัง. ติก. ๒๐/ข้อ ๕๑๐ อุโบสถสูตร.