กลับมาหาสมบัติกามนั้นอีก. บทว่า รณํ ตริตฺวา กามานํ ความว่า ข้าม
สนามรบของกามทั้งหลาย และทำสนามรบนั้น ให้เป็นอันประหารด้วยพระ- อริยมรรค อันเป็นกิจที่ข้าพเจ้าพึงทำ. บทว่า สีติภาวาภิกงฺขินี ได้แก่ จำนงหวังพระอรหัต ที่นับว่าเป็นภาวะเยือกเย็น เพราะระงับความกระวน
กระวายและความเร่าร้อนของกิเลสได้หมด. บทว่า รตา สํโยชนกฺขเย
ได้แก่ ยินดียิ่งนักในพระนิพพาน อันเป็นธรรมที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทุกอย่าง.
บทว่า เยน ติณฺณา มเหสิโน ความว่า เหล่าท่านผู้แสวงคุณอัน ยิ่งใหญ่มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น พากันข้ามโอฆะใหญ่คือสังสารวัฏด้วยอริยมรรค ใด แม้ข้าพเจ้าก็จะเดินตามมรรคที่ท่านเดินไปแล้วนั้น บรรลุตามด้วยการปฏิบัติ ศีลเป็นต้น.
บทว่า ธมฺมฏฺํ ได้แก่ตั้งอยู่ในธรรมคืออริยผล. บทว่า อเนชํ ได้แก่ ผลอันเลิศ ที่ได้ชื่อว่า อเนชะ เพราะระงับความหวั่นไหวได้แล้ว. บทว่า อุปสมฺปชฺช ได้แก่ สำเร็จผลแล้ว คือบรรลุด้วยการบรรลุอรหัตมรรค. บทว่า ฌายติ ได้แก่ เข้าไปเพ่งผลฌานนั้นนั่นแล.
บทว่า อชฺชฏฺมี ปพฺพชิตา ความว่า นางเป็นผู้บวชแล้ว คือ นับตั้งแต่วันที่นางบวชแล้ว วันนี้ก็นับเป็นวันที่ ๘. อธิบายว่า นางบวชแล้วได้ ๘ ราตรี นับตั้งแต่วันที่ล่วงมาแล้วนี้. บทว่า สทฺธา ได้แก่ถึงพร้อมด้วย
ศรัทธา. บทว่า สทฺธมฺมโสภณา ได้แก่ งามเพราะบรรลุพระสัทธรรม.
บทว่า ภุชิสฺสา ได้แก่ ชื่อว่าเป็นไทแก่ตัว เพราะละกิเลสทั้งหลาย ที่เป็นเสมือนความเป็นทาส ชื่อว่าไม่มีหนี้ เพราะปราศจากหนี้มีกามฉันทะ เป็นต้น.