พระชนม์อยู่นาน ๆ ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์จง
ดำรงพระชนม์อยู่ตลอดกัป เพื่อความเกื้อกูลและประ-
โยชน์แก่โลกทั้งปวงเถิด ขออย่าให้พระองค์ทรงพระ
ชราและปรินิพพานเลย พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นได้
ตรัสกะแม่ผู้กราบทูลเช่นนั้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนโคตมี
พระพุทธเจ้าทั้งหลายมิใช่บุคคลจะพึงไหว้เหมือนอย่าง
ที่เธอไหว้อยู่ดอก แม่ได้ทูลถามว่า ก็แลด้วยประการไร
เล่า พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่าอันบุคคลไม่พึงไหว้ พระองค์
อันหม่อมฉันทูลถามแล้วโปรดตรัสบอกเหตุนั้นแก่
หม่อมฉันเถิด พระองค์ตรัสตอบว่า เธอจงดูพระสาวก
ทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร ใจเด็ดเดี่ยว มีความบาก
บั่นมั่นคงเป็นนิตย์พร้อมเพรียงกัน นี้เป็นการไหว้พระ
พุทธเจ้าทั้งหลาย ต่อแต่นั้นแม่ก็ไปสำนักภิกษุณีอยู่ผู้
เดียว ก็คิดได้ว่า พระนาถะผู้ถึงที่สุดแห่งไตรภพทรง
ป้องกันบริษัทที่สามัคคีกัน เอาเถิด แม่จักปรินิพพาน
เสีย ขออย่าได้เห็นความวิบัตินั้นเลย แม่ครั้นคิดดังนั้น
แล้วได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระผู้เป็นฤษีพระองค์ที่
แล้วได้กราบทูลถึงกาลเป็นที่ปรินิพพานกะพระผู้นำ
พิเศษ ลำดับนั้นพระองค์ได้ทรงอนุญาตว่า จงรู้กาลเอา
เองเถิดโคตมี แม่เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวง
ขึ้นได้แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกได้เหมือนช้างพังตัดเชือก
แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่แม่มาในสำนักของ
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา