ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๒๔๓ · ข้อ 456
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระนางเมื่อแสดงวัฏทุกข์ที่ทรงช่วยปลดเปลื้องนั้นโดยเอกเทศ ได้ ตรัสคาถาว่า มาตา ปุตฺโต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาตา ปุตฺโต เป็นต้น ความว่า ในภพใด ได้เป็นมารดาของบุตรคนหนึ่ง ในภพ อื่นจากภพนั้นได้เป็นบุตรของคนนั้นแหละ อธิบายว่า ภพต่อไปอีกเป็นบิดา

เป็นพี่ชายน้องชาย. บทว่า ยถาภุจฺจํ อชานนฺตี คือไม่รู้ถึงประวัติและ

เหตุเป็นต้นตามเป็นจริง. บทว่า สํสรึหํ อนิพฺพิสํ พระนางตรัสว่า หม่อม

ฉันเมื่อไม่ประสบ หรือไม่ได้ที่พึ่งในสมุทรคือสงสารวัฏโดยเที่ยวเวียนว่ายตาย เกิดในภพเป็นต้น ได้ตรัสคำเป็นต้นว่า มาตา ปุตฺโต ดังนี้. อธิบายว่า ใน ภพใดเป็นมารดาของเขา ต่อจากภพนั้นเป็นบุตรของเขานั่นแหละ ภพต่อไป อีกก็เป็นบิดา เป็นพี่ชาย น้องชาย.

พระเถรีประกาศความที่ตนพ้นแล้วจากทุกข์ แม้ด้วยคาถาว่า ทิฏฺโ หิ เม เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิฏฺโ หิ เม โส ภควา ความ ว่า หม่อมฉันได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์ นั้น โดยประจักษ์ด้วยจักษุคือญาณโดยการเห็นโลกุตรธรรมที่พระองค์ทรงเห็น

แล้ว. จริงอยู่ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า เหมือนที่ตรัส

ไว้ว่า ดูก่อนวักกลิ ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นตถาคต ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า อารทฺธวีริเย คือประคองความเพียรไว้แล้ว. บทว่า ปหิตฺตฺเต คือ ผู้มีจิตส่งไปพระนิพพาน. บทว่า นิจจํ ทฬฺหปรกฺกเม ได้ แก่ ผู้มีความบากบั่นมั่นคงทุกเวลาเพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อความ ไพบูลย์แห่งธรรมที่บรรลุแล้ว และเพื่อผลสมาบัติ. บทว่า สมคฺเค ได้แก่ ชื่อว่าเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน เพราะถูกรวบรวมไว้ด้วยศีลสามัญญตาและทิฏฐิ

สามัญญตา. ชื่อว่าสาวกเพราะเป็นผู้เกิด ในที่สุดแต่การฟังเทศนาของพระศาสดา.

พระศาสดาทรงเห็นเหล่าสาวกตามเป็นจริงว่า ท่านเหล่านี้ตั้งอยู่ในมรรค เหล่านี้