มารได้ฟังคำนั้น เป็นทุกข์เสียใจอันตรธานไปในนั้นนั่นเอง. พระจาลาภิกษุณี นั้นเมื่อกล่าวคาถาที่ตนกับมารกล่าวแล้วเป็นอุทาน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า
ข้าพเจ้าเป็นภิกษุณี ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว
เข้าไปตั้งสติไว้มั่น รู้แจ้งตลอดสันตบท อันเป็นเครื่อง
เข้าไประงับสังขาร เป็นสุข.
มารผู้มีบาปถามว่า
แม่นางศีรษะโล้น ทำตัวเหมือนเป็นสมณะ
แม่นางบวชเจาะจงใครหนอ แม่นางไม่ชอบใจลัทธิ
เดียรถีย์ ทำไมแม่นางจึงยังงมงายประพฤติลัทธินี้เล่า.
พระจาลาเถรีตอบว่า
ผู้ถือลัทธิเดียรถีย์ภายนอกจากพระศาสนานี้
เข้าไปอาศัยแต่ทิฏฐิความเห็นทั้งหลาย เดียรถีย์เหล่า
นั้น ไม่รู้แจ้งธรรม ไม่ฉลาดในธรรม ส่วนพระพุทธเจ้า
ผู้เลิศอุบัติในตระกูลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระ-
องค์ทรงแสดงธรรม อันก้าวล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย
คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความล่วงทุกข์และอริย-
มรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางดำเนินให้ถึง
ความระงับทุกข์โปรดข้าพเจ้า ข้าพเจ้าฟังคำสั่งสอน
ของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในพระศาสนา ข้าพเจ้าได้
บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว ข้าพเจ้ากำจัดความเพลิดเพลิน
ในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดู
ก่อนมารผู้มีบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ดูก่อนมารผู้
กระทำที่สุด ตัวท่านข้าพเจ้าก็กำจัดได้แล้ว.