ผู้พ้นแล้วจากความเกิดและความตาย ถอนตัณหา
เครื่องนำไปสู่ภพได้แล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุมุตฺตา ได้แก่ พ้นแล้วด้วยดี. บทว่า สาธุ มุตฺตามฺหิ ความว่า เป็นผู้พ้นดี คือโดยชอบนั่นเอง ก็เป็นผู้พ้นด้วย ดี เป็นผู้พ้นโดยชอบ จากอะไร ฉะนั้น จึงกล่าวว่า ตีหิ ขุชฺเชหิ มุตฺติยา ความว่า ด้วยความหลุดพ้นจากความคด ๓ อย่าง. บัดนี้เมื่อจะแสดง ความคดเหล่านั้นโดยย่อ พระเถรีจึงกล่าวว่า ค่อมเพราะครก ๑ ค่อมเพราะ สาก ๑ ค่อมเพราะสามี ๑ ดังนี้. ด้วยว่าเมื่อใส่ข้าวเปลือกในครก กลับข้าว ไปมา และตำอยู่ด้วยสาก ย่อมต้องก้มหลังดังนั้น ท่านจึงกล่าวเหตุทั้งสองว่า ค่อม เพราะเป็นเหตุให้ทำความค่อม อนึ่ง สามีของพระเถรีนั้นเป็นคนค่อม ทีเดียว.
บัดนี้ พระเถรีกล่าวความพ้นจากความค่อม ๓ อย่าง เป็นการแสดง ความพ้นใด เมื่อแสดงความพ้นนั่นแหละ พระเถรีกล่าวว่า เป็นผู้พ้นแล้วจาก ความเกิดและความตาย แล้วกล่าวถึงเหตุในเรื่องนั้นว่า ถอนตัณหาเป็นเครื่อง
นำไปสู่ภพได้แล้ว. เนื้อความของบทนั้นว่า ข้าพเจ้ามิได้พ้นเพียงความค่อม ๓
อย่างเท่านั้น ที่แท้ข้าพเจ้าพ้นแม้จากความเกิดและความตายทั้งหมด เพราะ ตัณหาตัวที่เป็นเนตติคือนำไปสู่ภพทั้งหมด ข้าพเจ้าถอนขึ้นแล้วด้วยมรรคอัน เลิศ (คืออรหัตมรรค)