ข้าแต่มหาวีระ ได้เวลาที่พระองค์จะเสด็จ
อุบัติในพระครรภ์พระมารดา ตรัสรู้อมตบท ยัง
มนุษยโลกพร้อมเทวโลกให้ข้ามโอฆสงสารแล้ว.
ทรงประทานปฏิญญาแก่เทวดาเหล่านั้น แล้วทรงทำปัญจมหาวิโลกนะ ทรงมีพระสติสัมปชัญญะเสด็จลงสู่พระครรภ์พระมารดา ในพระตำหนักของ พระเจ้าสุทโธทนมหาราช ในศากยราชตระกูล ทรงมีพระสติสัมปชัญญะอยู่ใน พระครรภ์นั้น ๑๐ เดือน ทรงมีพระสติสัมปชัญญะเสด็จออกจากพระครรภ์ได้ พระอภิชาติที่ลุมพินีวัน ได้รับการดูแลอย่างดีด้วยการดูแลที่ยิ่งใหญ่ ตั้งต้น แต่จัดพี่เลี้ยงไว้หลายเหล่า ทรงเจริญวัยโดยลำดับ แวดล้อมไปด้วยนักฟ้อนรำ หลายชนิด ในปราสาทสามหลัง เสวยสมบัติดุจเทวดา ทรงสลดพระทัย เพราะเห็นคนแก่ คนเจ็บ และคนตาย ทรงเห็นโทษในกามและอานิสงส์ใน เนกขัมมะ เพราะญาณแก่กล้า ในวันที่ราหุลกุมารประสูติ พระองค์มีนายฉันนะ เป็นสหาย ทรงกัณฐกอัศวราช เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ยามเที่ยงคืน ทาง ประตูที่เหล่าเทวดาเปิดถวาย เสด็จผ่านแคว้นที่มีพระราชาปกครองสามแคว้น ในราตรีนั้นเอง เสด็จถึงฝั่งอโนมานที ทรงรับธงชัยของพระอรหัตที่ฆฏิการ- มหาพรหมนำมาถวาย ทรงบรรพชาเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอากัปกิริยาเหมือนพระ - เถระ ๖๐ พรรษาในขณะนั้นนั่นเอง, เสด็จถึงกรุงราชคฤห์โดยลำดับด้วยพระ อิริยาบถน่าเลื่อมใส เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์นั้นแล้ว ประทับนั่ง เสวยบิณฑบาตที่เงื้อมเขาปัณฑวะ พระเจ้าพิมพิสารราชาของชาวมคธทรง เชื้อเชิญให้ครองราชสมบัติ (ร่วมกับพระองค์) ทรงปฏิเสธเรื่องนั้น เสด็จไป อารามของท่านภัคควะ ทรงศึกษาลัทธิของท่านภัคควะนั้น จากนั้นทรงศึกษา ลัทธิของท่านอาฬารดาบสและท่านอุทกดาบส ไม่ทรงพอพระทัยลัทธิทั้งหมด