เงื่อนต้นและเงื่อนปลายตามไปไม่รู้แล้ว ก็ยังไม่หมดไม่สิ้นไปขอพระองค์โปรด ทรงกระทำแผ่นดินชมพูทวีปไว้ในใจน้อมนำมาเปรียบเทียบ โดยความยาวของ สังสารวัฏ ดังกล่าวมาฉะนี้.
บทว่า ตณกฏฺสาขาปลาสํ ได้แก่ หญ้า ไม้และกิ่งไม้แห้ง. บทว่า อุปนีตํ แปลว่า นำเข้ามาเปรียบเทียบ. บทว่า อนมตคฺคโต ได้แก่ เพราะ
สังสารวัฏมีเงื่อนต้นและเงื่อนปลายตามไปไม่รู้แล้ว. บทว่า จตุรงฺคุลิกา ฆฏิกา
ได้แก่ ชั้นไม้ขนาด ๔ องคุลี. บทว่า ปิตุปิตุเสฺวว นปฺปโหนฺติ ความว่า ชิ้นไม้เหล่านั้นไม่พอกับจำนวนบิดาและปู่ทั้งหลาย ท่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า เมื่อ ทำหญ้า ไม้ และกิ่งไม้แห้งทั้งหมดในโลกนี้ ขนาดเท่า ๔ องคุลีแล้วจำแนก ชิ้นไม้ชิ้นหนึ่งๆ ในบรรดาหญ้า ไม้และกิ่งไม้แห้งนั้น อย่างนี้ว่า นี้ บิดาเรา นี้ปู่เรา ชิ้นไม้เหล่านั้นจะหมด จะสิ้นสุดไปก่อน บิดาและปู่ของสัตว์ที่ท่อง เที่ยวอยู่ในสังสารวัฏที่มีเงื่อนต้นเงื่อนปลายตามไปไม่รู้แล้ว จะยังไม่หมดไม่ สิ้นไป ขอพระองค์โปรดทรงระลึกถึงหญ้า ไม้ และกิ่งไม้แห้ง น้อมนำมา เปรียบเทียบ โดยความยาวของสังสารวัฏ ดังกล่าวมาฉะนี้.
ก็ในที่นี้ ควรนำ อนมตัคคะ๑บาลีมาเป็นต้นว่า :-
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้มีเงื่อนต้นเงื่อน
ปลายตามไปไม่รู้แล้ว เงื่อนต้นไม่ปรากฏ สำหรับ
เหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่อง
ผูกไว้ ซึ่งโลดแล่นท่องเที่ยวไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจะสำคัญอย่างไร กะข้อที่ว่าน้ำตาใสที่ไหล
พรากของเหล่าสัตว์ ผู้ครวญคร่ำร่ำไห้เพราะประจวบ
อารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ เพราะพลัดพรากจากอารมณ์ที่
๑. สํ.นิ. ๑๖/ข้อ ๔๒๕.