พระเถรีกล่าวเหตุในเรื่องนี้ว่า คำสอนใดที่ทำแล้วไม่ต้องเดือดร้อนในภายหลัง ได้แก่เพราะเหตุที่ทำคำสอนใด ไม่ต้องเดือดร้อนตามมาในปัจจุบันและ
อนาคต. บัดนี้ เพื่อแสดงกิจเบื้องต้นและวิธีประกอบเนือง ๆ ในการทำคำ
สั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นพระเถรีจึงกล่าวว่า ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา
เป็นอาทิ. ในคำนั้น เพราะเหตุที่ความสุขในการนั่ง และการได้อุตุสัปปายะ
ไม่มีแก่ผู้ไม่ล้างเท้า ไม่ล้างหน้า แต่ทั้งสองอย่างนั้นจะได้แก่ผู้ล้างเท้าและล้าง หน้าแล้วนั่งในที่สมควรส่วนหนึ่ง ฉะนั้น ท่านทั้งหลายอย่าพลาดขณะตามที่ ได้แล้วนี้เสีย จงรีบล้างเท้าคือเท้าของตนแล้วนั่งในที่สมควรส่วนหนึ่ง คือใน โอกาสที่สงัด ท่านทั้งหลายจงผูกจิตของตนไว้ในอารมณ์ ๓๘ เฉพาะอารมณ์ที่ ชอบใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ประกอบความสงบใจเนือง ๆ กระทำ พร้อมกระทำ ศาสนา คือโอวาทคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า โดยการเจริญกรรม ฐานมีสัจจะ ๔ เป็นอารมณ์ ด้วยจิตที่ตั้งมั่นแล้ว.
ครั้งนั้น ภิกษุณีเหล่านั้น อยู่ในโอวาทของพระเถรีนั้น เริ่มวิปัสสนา ทำการภาวนา ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะมีญาณแก่กล้า และเพราะสมบูรณ์ด้วยเหตุ เมื่อพิจารณาการปฏิบัติของตนได้กล่าวคาถาเหล่านั้น พร้อมด้วยคาถาโอวาทว่า
ภิกษุณีเหล่านั้น ได้ฟังคำสั่งสอนของพระปฏา-
จาราเถรีนั้น ล้างเท้าแล้ว เข้าไปนั่ง ณ ที่สมควรส่วน
หนึ่ง ได้ประกอบความสงบใจเนืองๆ กระทำตาม
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ในยามต้นแห่งราตรีระลึก
ถึงชาติก่อนได้ [บุพเพนิวาสญาณ] ในยามกลางแห่ง
ราตรี ชำระทิพยจักษุ [จุตูปปาตญาณ] ได้ ในยาม
ปลายแห่งราตรี ทำลายกองแห่งความมืดได้ [อาสวัก-