ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๔๑๒ · ข้อ 470
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ลำดับนั้น มารดาเมื่อจะชักจูงประกอบนางไว้ในเนกขัมมะนั่นแล จึงกล่าวคาถาครึ่ง โดยนัยว่า โส เต อิชฺฌตุ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ ตฺวํ ปตฺเถสิ สุนฺทริ ความว่า ดูก่อนสุนทรี บัดนี้ ลูกปรารถนา จำนงหวังอันใด ความดำริในการบรรพชา ความพอใจในการบรรพชานั้น จงสำเร็จ คือสำเร็จโดยไม่มีอันตรายแก่ลูก. บทว่า อุตฺติฎฺปิณฺโฑ ได้แก่ ก้อนข้าวที่ภิกษุณีไปยืนทุก ๆ บ้านได้มา. บทว่า อุญฺโฉ ได้แก่ การเที่ยว ไปตามลำดับบ้าน และยืนเจาะจงเพื่อก้อนข้าวนั้น. บทว่า. เอตานิ ได้แก่

กิจกรรมมีก้อนข้าวที่ไปยืนทุกบ้านได้มาเป็นต้น. บทว่า อภิสมฺโภนฺติ

ความว่า เป็นผู้ไม่เหนื่อยหน่าย อาศัยกำลังแข้งสำเร็จมา คือทำให้บริสุทธิ์.

ครั้งนั้น สุนทรีรับปากคำมารดาว่า ดีละแม่จ๋า ก็ออกไปยังสำนัก ภิกษุณี บวชเป็นสิกขมานา ทำให้แจ้งวิชชา ๓ ตั้งใจว่าจักไปเฝ้าพระศาสดา บอกอุปัชฌาย์แล้ว ก็ไปยังกรุงสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สิกฺขมานาย เม อยฺเย เป็นต้น ในคำนั้น. บทว่า สิกฺขมา- นาย เม ความว่า ข้าพเจ้าผู้เป็นสิกขมานา. พระสุนทรีเถรี เรียกอุปัชฌายะ ของตนด้วยคำว่า อยฺเย.

บทว่า ตุวํ นิสฺสาย กลฺยาณิ เถริสงฺฆสฺส โสภเณ ประกอบ ความว่า ข้าแต่แม่เจ้า ชื่อว่าเป็นสังฆเถรี เพราะเป็นผู้แก่กว่าในภิกษุณีสงฆ์ และเพราะประกอบด้วยคุณที่มั่นคง ชื่อว่าเป็นผู้งาม เป็นกัลยาณี เพราะ ประกอบด้วยคุณมีศีลเป็นต้นอันงาม ข้าพเจ้าอาศัยแม่เจ้าผู้เป็นกัลยาณมิตร คือแม่ท่าน ข้าพเจ้าจึงบรรลุวิชชา ๓ ทำคำสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จ.

บทว่า อิจฺเฉ แปลว่า ปรารถนา. บทว่า สาวตฺถึ คนฺตเว แปลว่า เพื่อไปกรุงสาวัตถี. พระสุนทรีเถรีกล่าวว่า สีหนาทํ นทิสฺสามิ หมายถึง การพยากรณ์พระอรหัตเท่านั้น.