ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๔๖ · ข้อ 420
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ถวายบิณฑบาตนั้น หม่อนฉันมีผิวพรรณเหมือนดอก

บัว เป็นหญิงงามน่าทัศนา สมบูรณ์ด้วยอวัยวะทั้งปวง

เป็นอภิชาติทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรื่อง เมื่อเกิดครั้งสุดท้าย

หม่อนฉันได้เกิดในศากยตระกูล เป็นราชธิดาของ

พระเจ้าสุทโธทนะ เป็นประมุขของนารีพันหนึ่ง เบื่อ

หน่ายต่อการครองเรือนจึงออกบวชเป็นภิกษุณี ครั้น

ถึงราตรีที่ ๗ ได้บรรลุอริยสัจ ๔ หม่อมฉันไม่อาจ

จะประมาณจีวร บิณฑบาต ปัจจัย และเสนาสนะ

(ที่ทายกทายิกาถวาย) นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ข้าแต่

พระมุนี กุศลกรรมก่อน ๆ ของหม่อมฉันอันใดที่

พระองค์ทรงทราบ ข้าแต่พระมหาวีระ กุศลกรรมนั้น

เป็นอันมาก หม่อมฉันได้สั่งสมเพื่อประโยชน์แก่

พระองค์ ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ หม่อมฉันได้

ถวายทานใดในกาลนั้น ไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่ง

ทานนั้นคือบิณฑบาตทาน.

หม่อมฉันรู้จักคติ ๒ คือเทวดาและมนุษย์ ไม่

รู้จักคติอื่น นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต หม่อมฉันรู้จัก

ตระกูลสูงซึ่งเป็นตระกูลมหาศาลมีทรัพย์มาก ไม่รู้จัก

ตระกูลอื่น นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต หม่อมฉันท่อง

เที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่

เห็นสิ่งที่ไม่ชอบใจ นี้เป็นผลแห่งโสมนัส ข้าแต่

พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

และในทิพโสตธาตุ เป็นผู้มีความชำนาญในเจโต-