ถวายบิณฑบาตนั้น หม่อนฉันมีผิวพรรณเหมือนดอก
บัว เป็นหญิงงามน่าทัศนา สมบูรณ์ด้วยอวัยวะทั้งปวง
เป็นอภิชาติทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรื่อง เมื่อเกิดครั้งสุดท้าย
หม่อนฉันได้เกิดในศากยตระกูล เป็นราชธิดาของ
พระเจ้าสุทโธทนะ เป็นประมุขของนารีพันหนึ่ง เบื่อ
หน่ายต่อการครองเรือนจึงออกบวชเป็นภิกษุณี ครั้น
ถึงราตรีที่ ๗ ได้บรรลุอริยสัจ ๔ หม่อมฉันไม่อาจ
จะประมาณจีวร บิณฑบาต ปัจจัย และเสนาสนะ
(ที่ทายกทายิกาถวาย) นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ข้าแต่
พระมุนี กุศลกรรมก่อน ๆ ของหม่อมฉันอันใดที่
พระองค์ทรงทราบ ข้าแต่พระมหาวีระ กุศลกรรมนั้น
เป็นอันมาก หม่อมฉันได้สั่งสมเพื่อประโยชน์แก่
พระองค์ ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ หม่อมฉันได้
ถวายทานใดในกาลนั้น ไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่ง
ทานนั้นคือบิณฑบาตทาน.
หม่อมฉันรู้จักคติ ๒ คือเทวดาและมนุษย์ ไม่
รู้จักคติอื่น นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต หม่อมฉันรู้จัก
ตระกูลสูงซึ่งเป็นตระกูลมหาศาลมีทรัพย์มาก ไม่รู้จัก
ตระกูลอื่น นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต หม่อมฉันท่อง
เที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่
เห็นสิ่งที่ไม่ชอบใจ นี้เป็นผลแห่งโสมนัส ข้าแต่
พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์
และในทิพโสตธาตุ เป็นผู้มีความชำนาญในเจโต-