ขยญาณ] พากันลุกขึ้นกราบเท้าพระเถรี พร้อมกับ
กล่าวว่า พวกเราทำตามคำสอนของพระแม่เจ้าแล้ว
จักอยู่ห้อมล้อมพระแม่เจ้า เหมือนทวยเทพชั้นไตรทศ
ห้อมล้อมพระอินทร์ ผู้ชนะในสงครามฉะนั้น พวก
เรามีวิชชา ๓ เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺสา ตา วจนํ สุตฺวา ปฏาจาราย สาสนํ ความว่า คำสั่งสอน คือคำโอวาทนั้นๆ ของพระปฏาจาราเถรีนั้น เพราะอรรถว่าเป็นคำสอนให้สละกิเลสทั้งหลาย ภิกษุณี ๓๐ รูปนั้น ฟังแล้วรับ คือรับคำด้วยเศียรเกล้า.
บทว่า อุฏฺาย ปาเท วนฺทึสุ กตา เต อนุสาสนี ความว่า ภิกษุณีเหล่านั้นทำให้เป็นประโยชน์ คือทำไว้ในใจ ซึ่งคำสั่งสอนนั้น ตามที่รับ ไว้แล้ว นั่งภาวนาในสถานตามที่สบาย ทำภาวนาให้ถึงที่สุดแล้ว ลุกจากอาสนะ ที่นั่ง เพื่อบอกคุณวิเศษที่คนบรรลุ จึงเข้าไปหาพระเถรีกล่าวว่า ข้าแต่พระแม่ มหาเถรี พวกเราทำตามอนุศาสนีของพระแม่เจ้าตามที่สั่งสอนแล้ว กราบเท้า
ของพระเถรีด้วยเบญจางคประดิษฐ์. บทว่า อินฺทํว เทวา ติทสา สงฺคาเม
อปราชิตํ ความว่า ข้าแต่พระแม่มหาเถรี พวกเราจะอยู่ห้อมล้อมพระแม่เจ้า เหมือนทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ห้อมล้อมพระอินทร์ ผู้ไม่พ่าย คือชนะในสง- ครามระหว่างเทวดากับอสูรฉะนั้น เพราะไม่มีกิจอื่นที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้น ภิกษุณีเหล่านี้ จึงประกาศความที่ตนเป็นผู้กตัญญูว่า พวกเรามีวิชชา ๓ ไม่มี
อาสวะ. คำนี้ ก็เป็นคำพยากรณ์พระอรหัตของภิกษุณีเหล่านี้ด้วย. แต่เมื่อว่า
โดยอรรถในคำนี้ก็เป็นอย่างอื่น คำนั้น มีนัยที่กล่าวมาแล้วแต่หนหลังทั้งนั้น.