ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๔ · หน้า ๒๘๑ · ข้อ 460
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตึ อุปฏฺเปตฺวาน ความว่า ทำสติ ให้ตั้งมั่นด้วยดี โดยการเจริญสติปัฏฐาน คือโดยความเป็นของไม่งามเป็นทุกข์ ไม่เที่ยงและเป็นอนัตตา ในกายเป็นต้น พระเถรีกล่าวหมายถึงตัวเองว่าภิกษุณี. บทว่า ภาวิตินฺทฺริยา ความว่า มีอินทรีย์ ๕ มีสัทธาเป็นต้นอันอบรมแล้ว

ด้วยการเจริญอริยมรรค. บทว่า ปฏิวิชฺฌิ ปทํ สนฺตํ ความว่า แทง

ตลอดคือทำให้แจ้งสันตบทคือนิพพาน ด้วยการทำให้แจ้งและแทงตลอด. บทว่า สงฺขารูปสนํ ได้แก่ เหตุแห่งความสงบสังขารทั้งปวง. บทว่า สุขํ คือ เป็นสุขล้วน.

คาถาว่า กํ นุ อุทฺทิสฺส ความว่า คาถาที่มารกล่าวแล้ว. ในคาถานั้น มีความสังเขปดังต่อไปนี้ ในโลกนี้มีลัทธิและผู้แสดงลัทธิเหล่านั้นเป็นอันมาก คือเจ้าลัทธิมากด้วยกัน บรรดาเจ้าลัทธิเหล่านั้น แม่นางผู้มีศีรษะโล้น คือ โกนผมบวชเจาะจงใครหนอ มิใช่ศรีษะโล้นอย่างเดียวที่แท้ยังแสดงตัวเหมือน

สมณะเพราะทรงผ้ากาสาวะอีกด้วย. บาทคาถาว่า น จ โรเจสิ ปาสณฺเฑ

ความว่า ท่านไม่ชอบใจลัทธิเดียรถีย์นั้น ๆ อันเป็นกระจกของพวกดาบสและ ปริพาชกเป็นต้น โดยเป็นลัทธิอื่นเสีย. บาทคาถาว่า กิมิทํ จรสิ โมมุหา ความว่า แม่นางละทางนิพพานสายตรง อันเป็นวิธีของลัทธิเดียรถีย์ มาเดิน ทางผิดชั่วกาลในบัดนี้ งมงายประพฤติซมซานอันใด ลัทธินี้ชื่ออะไรเล่า.

พระเถรีฟังคำนั้นแล้ว เมื่อจะขู่มารนั้นโดยมุข คือให้คำตอบจึงกล่าว ว่า อิโต พหิทฺธา เป็นต้น. ลัทธิมีอุปการะมากที่ชื่อกุฏีสกะเป็นต้น ภาย นอกศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ชื่อว่าลัทธิเดียรถีย์นอกศาสนานี้ ใน คำว่า อิโต พหิทฺธา นั้น. จริงอยู่พวกถือลัทธิเดียรถีย์เหล่านั้น ย่อมดัก บ่วงคือตัณหาความทะยานอยากและบ่วงคือทิฏฐิความเห็น แก่สัตว์ทั้งหลาย จึง ถูกเรียกว่า ปาสัณฑะ ลัทธิวางบ่วงดัก ด้วยเหตุนั้น พระจาลาเถรีจึงกล่าว